วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ความคืบหน้าคดีทุจริตเกี่ยวกับการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่ตำรวจฝ่ายปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) กำลังสืบสวน พบการขยายเครือข่ายการเรียกรับผลประโยชน์ส่งผลกระทบไปยังจังหวัดต่างๆ รวมทั้งพื้นที่จังหวัด สุพรรณบุรี
จับกุมผู้ต้องหาเบื้องต้นและคำให้การ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 คนประกอบด้วย นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือที่รู้จักในชื่อ "ผู้ใหญ่เฮง" ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมืองหนึ่ง และ นางนวพร ซึ่งเป็นข้าราชการท้องถิ่นรายหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ
ผู้ต้องหาทั้งสองถูกตั้งข้อกล่าวหาเป็นคนกลางเรียกรับสินบนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 175 โดยทั้งสองให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเบื้องต้นและยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท เพื่อขอประกันตัวในชั้นสอบสวน
พฤติการณ์และผลกระทบต่อผู้เข้าสอบ
จากการสืบสวน พบว่ามีพฤติการณ์เดินสายหาผู้เข้าสอบที่ต้องการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น โดยเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทน โดยเฉพาะบทบาทของนางนวพรที่ถูกระบุว่าเป็นตัวกลางสำคัญในการนำผู้เข้าสอบเข้าสู่เครือข่าย
การสอบสวนยังพบผู้เข้าสอบที่ไม่ได้รับการบรรจุตามที่ตกลงไว้หลายสิบราย โดยมีคำร้องเรียนถึงการเรียกรับเงินและการจัดการที่ไม่เป็นไปตามโควตา ส่งผลให้ผู้เสียหายบางส่วนต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการสูญเสียเงินและถูกบังคับให้ยอมรับตำแหน่งในพื้นที่อื่นที่ไม่ต้องการเพื่อแลกกับการคืนสิทธิ์
เบาะแสเครือข่ายในจังหวัดสุพรรณบุรีและเหตุวิวาท
การสืบสวนชี้ว่าขบวนการนี้ขยายวงมายังพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีโดยมีลักษณะการเรียกเก็บเงินเป็นแนวทางการมัดจำล่วงหน้า แล้วจึงไม่ปฏิบัติตามสัญญา ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้เสียหายกับกลุ่มนายหน้าในพื้นที่จนเกือบลุกลามเป็นเหตุใช้ปืน แต่เหตุการณ์นั้นได้ยุติก่อนที่จะเกิดการยิงจริง
ขอบเขตการสืบสวนและพยานหลักฐาน
พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนางนวพร ซึ่งพบว่ามีการโอนเงินไปยังบุคคลอื่น ๆ เป็นจำนวนหนึ่ง และยังมีการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าสอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกว่า 5,900 ราย เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายที่ให้เงินและมีการแก้ไขคำตอบในกระดาษข้อสอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ปรากฏชื่อในการบรรจุ เนื่องจากมีการลดโควตาตำแหน่ง
| ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง | ตัวเลข/รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ต้องหาเบื้องต้น | 2 คน |
| จำนวนผู้เข้าสอบที่ตรวจสอบพบความเกี่ยวข้อง | มากกว่า 5,900 ราย |
| ผู้เสียหายที่ไม่ได้บรรจุตามตกลง | กว่า 40 ราย (จากการแจ้งความเบื้องต้น) |
| หลักทรัพย์ขอประกันตัว | 200,000 บาท ต่อคน |
การขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องระดับสูง
จากการสืบสวนเชิงลึกพบเบาะแสว่าขบวนการทุจริตนี้มีผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะระดับอธิบดีของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งมีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องถึง 3 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขยายผลดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อควรระวัง
คดีนี้สร้างความไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการสรรหาข้าราชการท้องถิ่นและกระทบต่อผู้ที่ตั้งใจเข้าสอบอย่างสุจริตในชุมชน โดยผู้ที่คิดจะสมัครสอบหรือมีญาติสนิทที่เกี่ยวข้องควรระมัดระวังและเก็บหลักฐานการโอนเงินหรือการติดต่อทุกกรณีไว้เพื่อประกอบการร้องเรียนหากพบการทุจริต
- หากถูกชักชวนให้จ่ายเงินเพื่อการสอบ ควรขอหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่โอนเงินทันที
- ผู้ที่เป็นผู้เสียหายควรไปแจ้งความหรือปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการตรวจสอบ
- ครอบครัวของผู้เข้าสอบควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เป็นทางการ
สำนักงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าจะเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและเส้นทางการเงินอย่างละเอียดเพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจะติดตามความคืบหน้าของการสืบสวนและรายงานเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลใหม่