เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงานร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาเป็นชายอายุ 42 ปี ในคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน ซึ่งก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ก่อนหลบหนีเข้ามาในจังหวัดสุพรรณบุรี และถูกควบคุมตัวได้บนถนนทางหลวงหมายเลข 340 สายในเขตอำเภอเดิมบางนางบวช
การประสานงานข้ามพื้นที่นำไปสู่การจับกุม
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการประสานระหว่างชุดสืบสวนของพื้นที่เกิดเหตุ ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่นำโดย พ.ต.อ.กุญชร วงษ์พันธุ์ ผกก.สภ.เดิมบางนางบวช พร้อมด้วย พ.ต.ท.สนิทพงษ์ อินทรกำแหง รอง ผกก.ป. และร.ต.ต.บุญสม ศิริวัฒน์ รวมทั้งชุดจับกุมจาก สภ.เมืองสระบุรี
เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ต้องหาจนพบตัวบริเวณหมู่ 7 ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช เมื่อเข้าตรวจค้นรถยนต์ที่ผู้ต้องหาใช้เป็นยานพาหนะ พบของกลางหลายรายการที่เชื่อมโยงกับคดี
ของกลางที่ตรวจยึดได้
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ยานพาหนะ | รถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีเทา ทะเบียนสระบุรี (จำนวน 1 คัน) |
| เงินสด | จำนวน 5,100 บาท |
| อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ | คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ยี่ห้อ Lenovo สีดำ (จำนวน 1 เครื่อง) |
| เอกสารและบัตร | บัตรประชาชน ใบอนุญาตขับรถ บัตรภาษี และบัตรอิเล็กทรอนิกส์/บัตรสมาชิกหลายรายการ |
รายการบัตรที่พบประกอบด้วยบัตรของสถาบันการเงินและบัตรสมาชิกซึ่งระบุในรายงานของเจ้าหน้าที่ เช่น บัตรจากระบบต่าง ๆ หลายประเภท ซึ่งจะถูกนำไปตรวจสอบเพื่อตามหาผู้เสียหายและยืนยันความเชื่อมโยงกับคดีต่อไป
กระบวนการหลังการจับกุม
หลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สภ.เดิมบางนางบวช ก่อนจะประสานกับ สภ.เมืองสระบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ทั้งการส่งตัว และการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
- หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ ได้แก่ สภ.เมืองสระบุรี ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี และตำรวจทางหลวง
- จุดจับกุมอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 340 (สุพรรณบุรี–ชัยนาท)
- ของกลางสำคัญคือรถยนต์ เงินสด โน้ตบุ๊ก และเอกสารหลายรายการ
การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการปฏิบัติงานข้ามพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถติดตามและสกัดกั้นผู้ต้องหาที่หลบหนีข้ามจังหวัดได้ โดยเจ้าหน้าที่ย้ำว่าจะดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายและเร่งตรวจสอบของกลางเพื่อยืนยันแหล่งที่มาของทรัพย์สิน
ผลกระทบต่อความมั่นคงของชุมชน
เหตุการณ์ลักทรัพย์ในเคหสถานเป็นปัญหาที่สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชนในระดับท้องถิ่น การจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีข้ามจังหวัดแสดงถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุซ้ำและการเคลื่อนย้ายของกลางไปสู่เครือข่ายอื่น
สำหรับผู้ที่อาจเป็นผู้เสียหายหรือมีข้อมูลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะนำเอกสารและบัตรต่าง ๆ ไปตรวจสอบ เพื่อติดต่อผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี เมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น ผู้ต้องหาจะถูกส่งคืนพื้นที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
คดีนี้ยังสะท้อนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานตำรวจหลากหลายฝ่ายทั้งในระดับท้องที่และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุที่ใช้การเคลื่อนย้ายข้ามเขตเพื่อหลบหนี