เจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมบริเวณพื้นที่ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี พบกองขี้ไก่ผสมแกลบที่มีสิ่งปนเปื้อนจากกิจกรรมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างเพื่อส่งหาการปนเปื้อนในห้องปฏิบัติการและระบุเบื้องต้นว่าพบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน
การลงพื้นที่และผลการตรวจสอบเบื้องต้น
การตรวจสอบครั้งนี้มีการนำเครื่องมือตรวจวัดและวิเคราะห์ทางเคมีไปใช้ พบว่ากองแกลบดังกล่าวมีค่าของสารโลหะบางชนิดสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งเสี่ยงต่อการก่อมลพิษต่อดินและน้ำหากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันชนิดและปริมาณของสารปนเปื้อน
“ท่านรัฐมนตรีได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน จึงสั่งการให้ลงมาตรวจสอบ ที่พบจากการตรวจวัดมีสารโลหะเกินมาตรฐาน ถือได้ว่าเป็นมลพิษ เราได้ให้เอาคันดินกั้นและคลุมผ้าใบไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเมื่อมีฝนตก”
ข้อความอ้างอิงด้านบนมาจากคำกล่าวของ พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในการตรวจพื้นที่
จุดทิ้งซ้ำและกากขยะประเภทสายไฟบดอัด
ต่อมาเจ้าหน้าที่อำเภอกบินทร์บุรีและหน่วยงานท้องถิ่นได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบนำกากขยะอุตสาหกรรมมาทิ้งเพิ่มเติมในหมู่ที่ 11 ของตำบลเดียวกัน ตรวจสอบพบกากอุตสาหกรรมประเภทสายไฟบดอัดถูกฝังไว้ในบ่อลูกรังท้ายหมู่บ้าน ห่างจากที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 500 เมตร บ่อดังกล่าวมีขนาดประมาณ 6×8 เมตร และความลึกประมาณ 1.50 เมตร คาดว่าถูกนำมาทิ้งมาตั้งแต่ราวครึ่งเดือนก่อนหน้านี้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะจากบ้านเรือน | ประมาณ 500 เมตร |
| ขนาดบ่อลูกรัง | 6×8 เมตร ความลึก 1.50 เมตร |
| ชนิดขยะ | สายไฟบดอัดและเศษกากอุตสาหกรรมผสมขี้ไก่แกลบ |
มาตรการชั่วคราวและแนวทางการดำเนินคดี
เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้เจ้าของพื้นที่ทำคันดินล้อมบริเวณกองขยะและนำผ้าใบมาคลุมไว้เป็นการชั่วคราว นอกจากนี้กรมควบคุมมลพิษจะดำเนินการทางกฎหมายโดยการร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้กระทำผิดต่อสถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดได้ร่วมกันตรวจสอบสภาพพื้นที่เพื่อวางแนวทางการจัดการขยะและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมต่อไป
ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
การทิ้งกากอุตสาหกรรมในแหล่งชุมชนและพื้นที่เกษตรอาจสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกรณีที่มีการปนเปื้อนของโลหะหนักซึ่งสามารถแพร่สู่ดินและน้ำใต้ดิน นอกจากนี้การทิ้งบริเวณบ่อลูกรังซึ่งเป็นที่รองรับน้ำฝนอาจทำให้สารปนเปื้อนล้างลงสู่แหล่งน้ำเมื่อมีฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่จึงให้ความสำคัญกับการป้องกันในช่วงฤดูฝนเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของมลพิษ
สิ่งที่ชุมชนควรทราบและติดตาม
- การแจ้งเบาะแสเมื่อพบการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมยังเป็นช่องทางสำคัญในการป้องกันและจับกุมผู้กระทำผิด
- หน่วยงานท้องถิ่นมีหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบและป้องกันการแพร่กระจายของสารปนเปื้อน
- ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการใช้ดินหรือแหล่งน้ำบริเวณใกล้เคียงจนกว่าจะมีการยืนยันผลตรวจจากห้องปฏิบัติการและการฟื้นฟูเรียบร้อย
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการทางกฎหมายทั้งต่อเจ้าของที่ดินและผู้ที่นำกากขยะมาทิ้ง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบผลการวิเคราะห์ตัวอย่างจากห้องแล็บและประกาศมาตรการจัดการต่อสาธารณะเมื่อมีความชัดเจนมากขึ้น