วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นผู้นำกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าดำเนินการจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ โดยเป็นการประสานกำลังร่วมระหว่างหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก เพื่อยืนยันความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของกระทรวงยุติธรรม
การบูรณาการกำลังและวัตถุประสงค์การตรวจค้น
การปฏิบัติการครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 124 นาย ประกอบด้วยกำลังจากเรือนจำจังหวัด อำนาจเจริญ ตำรวจภูธรจังหวัด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 222 และกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 ของจังหวัด การเคลื่อนกำลังในรูปแบบดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางการยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงและการป้องกันการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าสู่พื้นที่คุมขัง
เจ้าหน้าที่ชี้ว่า การดำเนินการตรวจค้นครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชทัณฑ์ในหลายมิติ โดยเฉพาะประเด็นการยกระดับความมั่นคงเพื่อสกัดกั้นการแพร่ของยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ และวัตถุที่ไม่ได้รับอนุญาตภายในเรือนจำ
ผลการตรวจค้นและการสุ่มตรวจสารเสพติด
หลังการรื้อค้นพื้นที่ต่าง ๆ และการสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง ผลสรุปจากการปฏิบัติไม่พบการครอบครองสิ่งของต้องห้ามหรือสารเสพติดทั้งภายในตัวผู้ต้องขังและในบริเวณเรือนจำ การรายงานผลดังกล่าวจะถูกบันทึกและส่งต่อตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามผลอย่างเป็นระบบ
"ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ ยึดมั่นในระเบียบ กฎหมาย และหลักปฏิบัติงาน เพื่อความโปร่งใสและบรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม"
คำกล่าวดังกล่าวมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้นำการตรวจค้น พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและหลักธรรมาภิบาลตลอดการปฏิบัติหน้าที่
สถานการณ์ผู้ต้องขังและการจัดการภายในเรือนจำ
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ณ ขณะตรวจค้น เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญมีผู้ต้องขังรวมทั้งหมด 1,734 คน แยกเป็นผู้ต้องขังชาย 1,591 คน ผู้ต้องขังหญิง 129 คน และผู้ต้องกักขังอีก 14 คน การตรวจสอบตามมาตรฐานและการสุ่มตรวจสารต้องสงสัยเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการเพื่อความเรียบร้อยและความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ผู้ต้องขังรวม | 1,734 |
| ชาย | 1,591 |
| หญิง | 129 |
| ผู้ต้องกักขัง | 14 |
นโยบายและการปฏิบัติในภาพรวม
กรมราชทัณฑ์กำหนดให้เรือนจำและทัณฑสถานดำเนินการจู่โจมตรวจค้นร่วมกับหน่วยงานภายนอกอย่างน้อยปีละสองครั้ง เพื่อลดโอกาสการลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามา ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกับความพยายามของจังหวัดที่จะบังคับใช้มาตรการเข้มงวดในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เนื่องจากจังหวัดตั้งอยู่ในภูมิภาคชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบต่าง ๆ
- ยืนยันเจตนารมณ์ของหน่วยงานในการสกัดกั้นสิ่งของต้องห้าม
- การตรวจค้นดำเนินการร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน
- ผลการตรวจค้นครั้งนี้ไม่พบสารเสพติดหรืออุปกรณ์ต้องห้ามภายในเรือนจำ
แม้ผลการปฏิบัติจะระบุว่าไม่พบสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงย้ำถึงการดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและการสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมภายนอกว่าเรือนจำได้รับการดูแลตามมาตรฐาน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะมีการบันทึกและติดตามผลเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นระบบต่อไป