อาชญากรรม ราษีไศล ศรีสะเกษ (25)

กรมการปกครองสั่งสอบผู้ใหญ่บ้านราษีไศลเกี่ยวข้องยาเสพติด ย้ำไม่มีอภิสิทธิ์

กรมการปกครองสั่งให้นายอำเภอราษีไศลสั่งผู้ใหญ่บ้านหยุดปฏิบัติหน้าที่และสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบผิดจริงจะเสนอผู้ว่าฯ ให้ปลดและดำเนินคดีอาญาทันที พร้อมยืนยันไม่มีข้อยกเว้นต่อเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องยาเสพติด

กรมการปกครองสั่งสอบผู้ใหญ่บ้านราษีไศลเกี่ยวข้องยาเสพติด ย้ำไม่มีอภิสิทธิ์
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

กรมการปกครองออกคำสั่งให้ นายอำเภอราษีไศล จัดการกรณีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในพื้นที่อำเภอราษีไศล จังหวัด ศรีสะเกษ ซึ่งปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่าถูกจับกุมและตรวจพบสารเสพติด ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยหากการสอบสวนยืนยันว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริง จะถือเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่และความไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง

ขั้นตอนทางปกครองและกฎหมาย

ตามคำสั่งของกรมการปกครอง หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ต้องรายงานผลการสอบสวนไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพิจารณาสั่งให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด และดำเนินคดีอาญาต่อไปทั้งในส่วนของกระบวนการทางอาญาและวินัยราชการ

การดำเนินการที่กรมการปกครองระบุไว้มีเป้าหมายสองด้านคือการยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวของผู้เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยงาน และการสอบสวนเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

ท่าทีของกรมการปกครอง

กรมการปกครองเน้นย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และจะใช้มาตรการกับบุคลากรของกรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเคร่งครัด

"หากบุคลากรของกรมการปกครองมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะดำเนินการทางกฎหมายและวินัยโดยเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ"

ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในหน่วยงานท้องถิ่น

กรณีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดสร้างความกังวลต่อประชาชนผู้พึ่งพาบริการและความปลอดภัยในชุมชน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นตัวแทนการบริหารและประสานงานในระดับหมู่บ้านมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการสื่อสารนโยบายของรัฐและการบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่น

เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ประชาชนไว้วางใจถูกสงสัยว่ากระทำความผิด ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกลไกการปกครองส่วนท้องถิ่น และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว

แนวทางการสอบสวนและการเยียวยา

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการสองด้านควบคู่กัน ได้แก่

  • การสอบสวนข้อเท็จจริงตามกระบวนการ เพื่อพิสูจน์หลักฐานและกล่าวโทษตามกฎหมาย หากพบว่ามีความผิด
  • การดำเนินการทางวินัยกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ละเมิดหลักจริยธรรมและข้อบังคับของราชการ

การดำเนินการทั้งสองด้านมีความจำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของชุมชน

สิ่งที่ประชาชนควรทราบ

ประชาชนที่ติดตามเหตุการณ์สามารถคาดหวังการชี้แจงจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป ทั้งนี้ การติดตามความคืบหน้าจากทางราชการจะช่วยประชาชนรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและลดการแพร่ข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์

ประเด็นสถานะตามคำสั่ง
การพักการปฏิบัติหน้าที่สั่งให้หยุดชั่วคราวโดยนายอำเภอ
การสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
การดำเนินการต่อหากพบผิดจะเสนอให้ผู้ว่าฯ สั่งพ้นตำแหน่งและดำเนินคดี

หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องถูกกำชับให้เร่งส่งรายงานผลการสอบสวนต่อหน่วยต้นสังกัด โดยเน้นการปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบวินัยของข้าราชการ

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวเตือนให้สังคมและหน่วยงานรัฐทบทวนกลไกตรวจสอบจริยธรรมของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในระดับท้องถิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ครองตำแหน่งอำนาจปกครองใช้ตำแหน่งในการกระทำผิดหราทำให้ประชาชนเสียหาย ทั้งนี้ความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมจะเป็นเครื่องยืนยันความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้ได้รับผลกระทบ

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

25ศรีสะเกษ

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ศรีสะเกษ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว