เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์เกี่ยวกับที่ดินของวัดและกระบวนการจัดตั้งวัดในพื้นที่ โดยมีผู้แทนคณะกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น และตัวแทนคณะสงฆ์ท้องถิ่นเข้าร่วมรับฟังข้อมูล
ปัญหาหลัก: เอกสารไม่ชัด — ผลต่อความขัดแย้ง
ในการประชุมซึ่งจัด ณ วัดเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี ตัวแทนคณะกรรมาธิการชี้ว่าประเด็นสำคัญคือความไม่ครบถ้วนของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งที่ดิน การยกที่ดินถวาย และขั้นตอนการจดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนวัดกับคณะสงฆ์และหน่วยงานราชการ ส่งผลให้มีช่องว่างทางกฎหมายซึ่งอาจกลายเป็นชนวนของข้อพิพาทในอนาคต
ที่ประชุมได้ยกกรณีของวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่นมาเป็นบทเรียนเตือนใจว่ากรณีที่เอกสารหรือกระบวนการไม่ชัดเจนอาจลุกลามเป็นข้อพิพาทที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของศาสนสถานและชุมชนโดยรอบ
“ที่ดินของวัด”
แนวทางที่คณะกรรมาธิการเสนอ
หลังรับฟังข้อมูลเบื้องต้น คณะกรรมาธิการฯ มีมติเสนอให้มีการประสานงานระหว่างคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและจำแนกสภาพปัญหาอย่างเป็นระบบ ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวไปจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขในระดับชาติ
- เร่งรัดการจัดทำและตรวจสอบเอกสารการโอนหรือยกที่ดินถวาย
- กำหนดแนวทางมาตรฐานสำหรับการตั้งและสร้างวัดตามกฎหมายคณะสงฆ์
- สำรวจปัญหาทั่วประเทศเพื่อนำไปสู่การวางระบบแก้ไขต้นทาง
หน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นและคณะสงฆ์
คณะกรรมาธิการเน้นย้ำความสำคัญของการประชุมร่วมระหว่างคณะสงฆ์กับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่เป็นผู้รวบรวมข้อมูลและจำแนกประเภทของปัญหา ทั้งกรณีเอกสารขาดตกบกพร่อง การครอบครองที่ดินซ้อนทับ หรือกรณีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการถวาย
การดำเนินการเชิงรุกของหน่วยงานท้องถิ่นจะช่วยให้ปัญหาได้รับการคัดแยกและปรับแก้ได้ทันก่อนจะกลายเป็นข้อพิพาทซึ่งต้องใช้ทรัพยากรทางกฎหมายและเวลาในการแก้ไข
ข้อมูลและขั้นตอนที่จะถูกรวบรวม
จากการหารือ คณะกรรมาธิการได้กำชับให้รวบรวมข้อมูลทั้งเชิงเอกสารและเชิงพื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพรวมการเกิดปัญหาอย่างชัดเจน โดยข้อมูลที่จะถูกรายงานประกอบด้วย
| ประเภทข้อมูล | วัตถุประสงค์ |
|---|---|
| เอกสารการโอน/ถวายที่ดิน | ตรวจความครบถ้วนและความชัดเจนทางกฎหมาย |
| สถานะการขึ้นทะเบียนวัด | ยืนยันการรับรองตามกระบวนการคณะสงฆ์ |
| ข้อพิพาทค้างอยู่ | จำแนกประเภทและต้นเหตุของข้อขัดแย้ง |
ผลลัพธ์ที่คาดหวังและสิ่งที่ชุมชนควรทราบ
คณะกรรมาธิการตั้งเป้าว่าหลังการรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ต่าง ๆ จะสามารถจัดทำแนวทางเชิงนโยบายเพื่อเสนอในที่ประชุมระดับชาติได้ ขณะเดียวกันคาดหวังให้การดำเนินการนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดข้อพิพาทใหม่ และยืนยันสิทธิของชุมชนและวัดอย่างเป็นธรรม
สำหรับประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อมูลเกี่ยวกับการถวายที่ดินหรือสถานะการจดทะเบียนวัด คณะกรรมาธิการแนะนำให้จัดเก็บสำเนาเอกสารไว้พร้อมและประสานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพื่อนำส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการตามขั้นตอนต่อไป
การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเชิงระบบที่มุ่งแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทั้งในมิติของกฎหมาย การบริหารจัดการข้อมูล และการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างคณะสงฆ์ ราชการ และประชาชน เพื่อป้องกันการเกิดข้อพิพาทที่อาจก่อผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม