เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อพิจารณาเรื่องการได้มาซึ่งตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรณีที่มีข้อพิพาทหรือถูกกล่าวหาในลักษณะที่สังคมเรียกกันว่า "คดีฮั้ว ส.ว." โดยในมติดังกล่าวมีการส่งเรื่องไปยังศาลจำนวน26 คนที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง
จำนวนผู้ถูกร้องและกรณีส่งฟ้อง
ตามเอกสารของ กกต. รอบการพิจารณาครั้งนี้ระบุว่ามีผู้ถูกร้องรวมทั้งสิ้น 427 คน โดย กกต.เสนอให้ยื่นคำร้องทางแพ่งต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลบางส่วนจำนวน 77 คน แยกเป็นกลุ่มได้ดังนี้
- ส.ว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง จำนวน 26 คน
- ผู้มีสิทธิเลือก ส.ว. จำนวน 36 คน
- บุคคลอื่น จำนวน 15 คน
มติดังกล่าวยังระบุด้วยว่าไม่มีการส่ง "บัญชีส.ว.สำรอง" รายบุคคลไปยังศาลในการมติครั้งนี้ แต่การที่ศาลอาจมีคำพิพากษาให้สมาชิกภาพของ ส.ว.กลุ่มที่ถูกร้องทั้ง 26 คนสิ้นสุดลง ย่อมส่งผลให้เกิดการขยับบัญชีสำรองตามลำดับขึ้นมาแทนที่ในแต่ละกลุ่มอาชีพ
บัญชีสำรองและความหมายในการแทนตำแหน่ง
หลักเกณฑ์การเลื่อนขึ้นมาทดแทนระบุว่าผู้ที่จะได้ขึ้นมานั่งเป็น ส.ว.แทนนั้นต้องคัดจาก "บัญชีสำรองในกลุ่มอาชีพเดียวกัน" ตามลำดับที่กำหนดไว้ ซึ่งทำให้รายชื่อของผู้ที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ของบัญชีสำรองกลับมาเป็นประเด็นที่สาธารณะให้ความสนใจอีกครั้ง
หากพิจารณาตามรายกลุ่มอาชีพที่ กกต.เทียบรายชื่อกับบัญชีสำรองเดิม จะพบรายชื่อสำคัญบางส่วนที่มีโอกาสขยับขึ้นแทน ส.ว.ที่ถูกส่งฟ้อง ดังนี้
| กลุ่มอาชีพ | ผู้สำรองลำดับต้น ๆ | ผู้ถูกร้อง/ตำแหน่งที่อาจว่าง |
|---|---|---|
| การบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง | พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล | พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา |
| กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม | นายอุลิช ดิษฐปราณีต พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว | พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย นายเศก จุลเกษร |
| การศึกษา | นางอรทัย มูลคำ น.ส.จิตรา พีชะพัฒน์ | นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว นายสุเทพ สังข์วิเศษ |
| สาธารณสุข | นายชัยรัตน์ ธรรมสุภาพงศ์ | นางนงลักษณ์ ก้านเขียว |
| ทำนาและปลูกพืชล้มลุก | นายทรงพล พูลสวัสดิ์ | นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว |
| ทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์และประมง | นายสมศักดิ์ คงเทศ นายสง่า มังคละ นายนำศักดิ์ อุทัยศรีสม | นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน นายยะโก๊ป ทีมละ |
| พนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลอื่น | นายร่มไทร ทิพยเศวต | น.ส.เข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ |
| สิ่งแวดล้อม ผังเมืองและทรัพยากรธรรมชาติ | นายไตรวินิจ ตู้จินดา | นายชีวะภาพ ชีวะธรรม |
| ผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) | นายสมชาย สาโรวาท | นายนิพนธ์ เอกวานิช |
| ผู้ประกอบกิจการอื่นๆ | นายภิญโญ ขันติยู นายสามารถ รัตนประทีปพร | นายโสภณ มะโนมะยา พ.ต.ท.สง่า ส่งม |
ผลกระทบทางการเมืองและข้อพิจารณา
การที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งต้องพิจารณาคดีดังกล่าวไม่เพียงแต่มีผลต่อสถานภาพของ ส.ว.กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ยังอาจเปลี่ยนองค์ประกอบเชิงตัวบุคคลของวุฒิสภา ซึ่งอาจมีผลต่อการออกเสียงในประเด็นสำคัญระดับชาติ ทั้งการยกร่างกฎหมาย การตรวจสอบฝ่ายบริหาร และการทำหน้าที่พิจารณาบุคคลในการแต่งตั้งตามอำนาจหน้าที่
นอกจากนี้ กระบวนการทางศาลยังเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่บัญชีสำรองจะได้เลื่อนขึ้น แม้ว่ากกต.จะยื่นคำร้องแล้ว แต่การพิจารณาในศาลเป็นไปตามหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ศาลนัดสอบสวน เหตุการณ์นี้จึงอาจใช้เวลานานและมีความไม่แน่นอนในผลลัพธ์
ข้อสังเกตต่อสาธารณะ
ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกในสังคมคือความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาและการได้มาซึ่งตำแหน่ง หากคำพิพากษาชี้ว่ามีการกระทำที่ทำให้การได้มาซึ่งตำแหน่งไม่ถูกต้อง ประชาชนอาจคาดหวังให้มีการปรับปรุงระบบการคัดเลือกและตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาเช่นเดียวกันในอนาคต
ขณะที่ผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองก็ต้องเตรียมตัวทั้งด้านภารกิจและการตอบคำถามสาธารณะ เพราะหากมีการเลื่อนตำแหน่งเกิดขึ้น พวกเขาจะต้องเข้ารับหน้าที่โดยทันทีตามลำดับบัญชีที่ระบุไว้
เบื้องต้น กกต.ได้ดำเนินการตามบทบาทโดยนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่จะให้คำวินิจฉัยตามหลักกฎหมายต่อไป