ขนมพื้นบ้านที่แทบหาไม่เจอในตลาด
ขนมประจำท้องถิ่นที่คนในพื้นที่รู้จักกันในชื่อ “ขนมเนียล” หรือในภาษาเขมรถิ่นว่า “นุมเนียล” ยังคงพบการทำอยู่ในชุมชนบางแห่งของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะในหมู่บ้านเก่าแก่ที่ยังยึดถือวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ผู้สูงอายุในพื้นที่ยังคงสืบทอดกรรมวิธีการเตรียมและการนึ่งขนมแบบโบราณให้ลูกหลานได้ลิ้มลอง
ผู้ถ่ายทอดและสถานที่
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบ นางหวานใจ คะเชนรัมย์ อายุ 69 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านมะขามป้อม ตำบลปราสาท อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะกำลังเตรียมและนึ่งขนมเนียลให้ชม กระบวนการทำที่เห็นสะท้อนทั้งทักษะและวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น
วัตถุและขั้นตอนสำคัญ
ขนมเนียลไม่ได้ใช้ภาชนะทันสมัย แต่พึ่งพาวัสดุท้องถิ่นอย่าง กะลามะพร้าวผ่า ซึ่งเรียกว่า 'เนียล' และ หม้อดิน สำหรับการนึ่ง ข้าวสารหรือข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบหลัก ผสมกับมะพร้าวทั้งมะพร้าวแก่และมะพร้าวทึนทึก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดงและเกลือเล็กน้อย ก่อนนึ่งด้วยไฟถ่านตามวิถีดั้งเดิม
- การเตรียมข้าว: แช่ข้าวสารหรือข้าวเหนียวไว้ 1 คืนแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
- การตำ: ตำด้วยครกไม้ให้เนื้อหยาบ ไม่ละเอียดจนเกินไป
- การผสม: ร่อนแป้งผสมมะพร้าวขูด ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดงและเกลือเล็กน้อย
- การนึ่ง: ใช้กะลามะพร้าวที่เจาะรูวางบนปากหม้อดิน ปิดด้วยผ้าขาวบางหรือดินเหนียว และควบคุมไฟถ่านให้อุณหภูมิพอดี
“นุมเนียล” เป็นทั้งขนมและส่วนหนึ่งของขนบธรรมเนียมการเซ่นไหว้ ที่คนสมัยก่อนมักทำขึ้นเพื่อถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์และให้ลูกหลานได้ทาน
รสชาติและเนื้อสัมผัส
เมื่อเปิดฝาหม้อออก ขนมจะมีสี น้ำตาลอ่อน มีกลิ่นมะพร้าวหอมชัดเจน เนื้อขนมให้สัมผัสเหนียวหนึบ มีรสหวานมันและเค็มปะแล่ม ผสมกลิ่นควันไฟจากการนึ่งด้วยถ่าน ทำให้รสชาติและบุคลิกของขนมแตกต่างจากขนมสมัยใหม่ที่ใช้วัตถุดิบแปรรูป
ความหมายทางวัฒนธรรมและการอนุรักษ์
ขนมเนียลเป็นตัวอย่างหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหารที่สืบทอดจากชุมชนเขมรถิ่นไทยในพื้นที่อีสานใต้ ซึ่งรวมถึงจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ตามข้อมูลจากผู้ถ่ายทอดประเพณีท้องถิ่น ขนมชนิดนี้มักไม่ปรากฏในตลาดสมัยใหม่ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีกรรมและการให้ความรู้แก่คนรุ่นหลัง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อท้องถิ่น | ขนมเนียล / นุมเนียล |
| พื้นที่หลัก | บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ |
| วัตถุดิบหลัก | ข้าวสาร/ข้าวเหนียว, มะพร้าว, น้ำตาลทรายแดง, เกลือ |
| ภาชนะ/เครื่องมือ | กะลามะพร้าว (เนียล), หม้อดิน, ครกไม้ |
ความท้าทายในการสืบทอด
ปัจจุบัน ผู้ที่ยังคงทำขนมเนียลเป็นประจำส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ การที่วัตถุดิบและภาชนะแบบดั้งเดิมลดน้อยลง รวมทั้งไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้การถ่ายทอดความรู้ด้านการทำขนมพื้นบ้านมีความเสี่ยง หากไม่มีการบันทึกหรือส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ ขนมชนิดนี้อาจกลายเป็นสิ่งหายาก ทั้งในแง่วิถีชีวิตและรสชาติที่เคยคุ้น
ในบริบทของการอนุรักษ์วิถีท้องถิ่น การสนับสนุนให้เยาวชนเรียนรู้กรรมวิธีดั้งเดิม และการจัดเวิร์กช็อปหรือกิจกรรมเชื่อมโยงกับงานประเพณีท้องถิ่น อาจเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ขนมเนียลยังคงมีชีวิตต่อไปในชุมชนบุรีรัมย์