กรุงเทพมหานคร — เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่รู้จักในชื่อ "กัน จอมพลัง" พร้อมทีมงานลงพื้นที่ย่านถนนลาดอุทิศ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เพื่อให้การช่วยเหลือชายชราวัย 84 ปี ที่ถูกลูกสาวนำมาทิ้งไว้ในบ้านสภาพทรุดโทรม และมีอาการทางผิวหนังเร่งด่วน
ภาพสภาพความเป็นอยู่และอาการทางร่างกาย
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจากรายงานเบื้องต้น พบว่า "คุณตาทวน" (ชื่อเรียกตามที่แจ้ง) อาศัยอยู่กับครอบครัวของอดีตลูกเขยในบ้านไม้และสังกะสีที่มีสภาพเก่า บริเวณนั้นไม่มีระบบประปาและไฟฟ้า เนื่องจากมีการตัดน้ำและไฟ ทำให้ต้องใช้น้ำคลองในการอาบน้ำ ประกอบกับสภาพบ้านที่มีหลังคาผุพังและช่องโหว่ หากฝนตกอาจได้รับผลกระทบโดยตรง
สภาพร่างกายของคุณตาพบรอยแผลบริเวณหน้าอก แขน และลำคอ ซึ่งทีมงานระบุว่ามีแนวโน้มที่จะเลวร้ายขึ้นหากยังคงต้องใช้น้ำคลองในการอาบน้ำ และขาดการรักษาพยาบาลมาตลอดระยะเวลา 2–3 เดือนที่ผ่านมา
การประสานช่วยเหลือและการย้ายกลับบ้าน
หลังร่วมพูดคุยกับคุณตาและครอบครัวของอดีตลูกเขย ทีมงานได้จัดรถกู้ภัยรอรับและนำตัวคุณตาขึ้นรถเพื่อเตรียมส่งกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามความประสงค์ของคุณตาเอง พร้อมประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้การดูแลต่อเนื่อง
“ต้องการกลับบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะมีลูกอีกคนอยู่ที่นั่น และต้องการกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด”
นอกจากนี้ "กัน จอมพลัง" ยังมอบข้าวสารและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้กับครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของหลานชายสองคนที่ยังคงมีภาระด้านการเรียนและการทำงาน
การประสานงานระดับท้องถิ่น
สำหรับการส่งตัวกลับจังหวัดนั้น ได้มีการประสานกับนายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งรับปากส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบสภาพบ้านและเตรียมจัดรถรับส่งผู้ป่วยเพื่อให้การช่วยเหลือในด้านสุขภาพและสวัสดิการเบื้องต้น
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| อายุผู้ถูกทอดทิ้ง | 84 ปี |
| สภาพบ้าน | บ้านไม้-สังกะสี ผุพัง ถูกตัดน้ำ-ไฟ |
| การช่วยเหลือ | ทีมอาสารับตัว ประสาน ส.ส.จังหวัด ตรวจสอบและเตรียมรับกลับ |
ความหมายเชิงสังคมและสิ่งที่ต้องพิจารณา
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นช่องว่างด้านการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งเรื่องการเข้าถึงบริการสาธารณสุข สิทธิการรักษาพยาบาลเมื่อย้ายถิ่นฐาน และการคุ้มครองทางสังคมเมื่อตกอยู่ในภาวะถูกทอดทิ้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ในพื้นที่ชุมชนทั้งในเมืองและชนบท การปล่อยให้ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาน้ำคลองหรืออาศัยในบ้านที่ถูกตัดสาธารณูปโภคนั้น นอกจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายแล้วยังกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- การเข้าถึงการรักษาพยาบาล หากไม่ได้ไปพบแพทย์เป็นเวลานาน อาการบาดแผลอาจลุกลามและติดเชื้อได้
- สวัสดิการระดับท้องถิ่น หน่วยงานท้องถิ่นต้องตรวจสอบสถานะสิทธิการรักษาและความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือเชิงสังคม
- บทบาทของครอบครัวและชุมชน การป้องกันเหตุการณ์ซ้ำจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากครอบครัวและเครือข่ายอาสา
สิ่งที่ประชาชนควรทราบ
ผู้สูงอายุหรือบุคคลในครอบครัวที่พบผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง สามารถประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่อไปนี้เพื่อรับการดูแลเบื้องต้น: เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและผู้สูงอายุ และมูลนิธิหรือกลุ่มอาสาที่ทำงานด้านสังคม ทั้งนี้ การรวบรวมข้อมูลสถานะสิทธิรักษาพยาบาลเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดบริการต่อเนื่อง
เหตุการณ์ของคุณตาทวนสะท้อนถึงความเปราะบางของผู้สูงอายุในสังคมสมัยใหม่ ซึ่งแม้จะอยู่ท่ามกลางความเจริญของกรุงเทพมหานคร แต่บางชีวิตยังเผชิญความขาดแคลนและการทอดทิ้ง การประสานงานระหว่างภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐ และครอบครัวจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คนสูงวัยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในบั้นปลายของชีวิต
จิรายุ ศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, WE NEWS