วันนี้ (10 กันยายน พ.ศ. 2569) เวลาประมาณ 06.00 น. ชุดสืบสวนของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ลงพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อควบคุมตัวพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือที่เป็นที่รู้จักกันในนาม “พระครูภาวนาภัทรคุณ หลวงพ่อโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1
ข้อกล่าวหาและหลักฐานเบื้องต้น
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการสอบสวนพบพฤติการณ์ที่มีลักษณะการนำทรัพย์สินของวัดไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน และการอำพรางสถานะของเงินด้วยการโอนผ่านบุคคลอื่น ส่งผลให้มีความเสียหายที่ถูกแจ้งเบื้องต้นเป็นตัวเลขกว่า 92 ล้านบาท นอกจากนั้นมีคลิปหลักฐานและข้อความร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมภายในกุฏิที่กล่าวถึงการมีความสัมพันธ์กับสีกา
ตามรายงาน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมและสอบปากคำ และในเวลาเดียวกันก็มีการออกหมายจับและควบคุมตัวสีกาคนใกล้ชิดที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
รายละเอียดข้อกล่าวหา
| ข้อกล่าวหา | ความหมายโดยย่อ |
|---|---|
| เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ | นำเงินหรือทรัพย์สินของวัดไปใช้โดยมิชอบ |
| เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ | ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย |
| สมคบและร่วมกันฟอกเงิน | ร่วมกันอำพรางแหล่งที่มาและปลายทางของเงินเพื่อซ่อนการกระทำผิด |
ผลกระทบต่อชุมชนและความเชื่อมั่น
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งวัดพุทไธศวรรย์เป็นหนึ่งในโบราณสถานและศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน การเกิดคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาสย่อมก่อให้เกิดคำถามต่อการกำกับดูแลทรัพย์สินวัด ระบบการตรวจสอบภายใน และบทบาทของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งในระดับวัดและคณะสงฆ์
- ชาวบ้านอาจขาดความเชื่อมั่นและลดการร่วมทำบุญหรือสนับสนุนกิจกรรมของวัด
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งตรวจสอบการใช้จ่ายของวัดอื่นๆ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
- คดีอาจนำไปสู่การปฏิรูปการกำกับดูแลทรัพย์สินวัดในระดับจังหวัดหรือส่วนกลาง
“เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการสอบสวนและดำเนินคดี ฝ่ายสอบสวนระบุว่าพบการเคลื่อนไหวของเงินที่เกี่ยวข้องกับบัญชีหมุนเวียนและบุคคลที่ถูกนำมาอ้างถึง จนอาจเป็นเหตุให้เกิดการฟอกเงินและการอำพรางเอกสารการเงิน
แนวทางการดำเนินการต่อ
จากเหตุการณ์นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสืบสวนและองค์กรศาสนาอาจต้องทบทวนมาตรการกำกับดูแลทรัพย์สินวัด เช่น ระบบบัญชีที่โปร่งใส การเปิดเผยการใช้จ่ายต่อชุมชน และการมีหน่วยตรวจสอบภายในที่เข้มแข็ง เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติศาสนกิจอย่างบริสุทธิ์
การจับกุมถือเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการสอบสวนทางกฎหมายและการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังคงต้องรอผลการดำเนินคดีและการเสนอข้อมูลจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อศาลเพื่อสรุปสภาพข้อเท็จจริงต่อไป
รายงานจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา