อาชญากรรม พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา (43)

จับเจ้าอาวาสวัดดังพระนครศรีอยุธยา ถูกกล่าวหาเบียดบังเงินวัด-มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ชุดสืบสวน บก.ปปป. บุกจับเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ ในข้อหาหลายคดีเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์สินของวัด ฟอกเงิน และพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสีกา เบื้องต้นมีความเสียหายแจ้งประมาณกว่า 92 ล้านบาท เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง

จับเจ้าอาวาสวัดดังพระนครศรีอยุธยา ถูกกล่าวหาเบียดบังเงินวัด-มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
©ภาพประกอบ จิรายุ ศรีอยุธยา / we-news.com

วันนี้ (10 กันยายน พ.ศ. 2569) เวลาประมาณ 06.00 น. ชุดสืบสวนของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ลงพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อควบคุมตัวพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือที่เป็นที่รู้จักกันในนาม “พระครูภาวนาภัทรคุณ หลวงพ่อโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1

ข้อกล่าวหาและหลักฐานเบื้องต้น

เจ้าหน้าที่แจ้งว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการสอบสวนพบพฤติการณ์ที่มีลักษณะการนำทรัพย์สินของวัดไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน และการอำพรางสถานะของเงินด้วยการโอนผ่านบุคคลอื่น ส่งผลให้มีความเสียหายที่ถูกแจ้งเบื้องต้นเป็นตัวเลขกว่า 92 ล้านบาท นอกจากนั้นมีคลิปหลักฐานและข้อความร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมภายในกุฏิที่กล่าวถึงการมีความสัมพันธ์กับสีกา

ตามรายงาน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมและสอบปากคำ และในเวลาเดียวกันก็มีการออกหมายจับและควบคุมตัวสีกาคนใกล้ชิดที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง

รายละเอียดข้อกล่าวหา

ข้อกล่าวหา ความหมายโดยย่อ
เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ นำเงินหรือทรัพย์สินของวัดไปใช้โดยมิชอบ
เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ปฏิบัติอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สมคบและร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันอำพรางแหล่งที่มาและปลายทางของเงินเพื่อซ่อนการกระทำผิด

ผลกระทบต่อชุมชนและความเชื่อมั่น

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งวัดพุทไธศวรรย์เป็นหนึ่งในโบราณสถานและศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน การเกิดคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาสย่อมก่อให้เกิดคำถามต่อการกำกับดูแลทรัพย์สินวัด ระบบการตรวจสอบภายใน และบทบาทของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งในระดับวัดและคณะสงฆ์

  • ชาวบ้านอาจขาดความเชื่อมั่นและลดการร่วมทำบุญหรือสนับสนุนกิจกรรมของวัด
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งตรวจสอบการใช้จ่ายของวัดอื่นๆ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
  • คดีอาจนำไปสู่การปฏิรูปการกำกับดูแลทรัพย์สินวัดในระดับจังหวัดหรือส่วนกลาง
“เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการสอบสวนและดำเนินคดี ฝ่ายสอบสวนระบุว่าพบการเคลื่อนไหวของเงินที่เกี่ยวข้องกับบัญชีหมุนเวียนและบุคคลที่ถูกนำมาอ้างถึง จนอาจเป็นเหตุให้เกิดการฟอกเงินและการอำพรางเอกสารการเงิน

แนวทางการดำเนินการต่อ

จากเหตุการณ์นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายสืบสวนและองค์กรศาสนาอาจต้องทบทวนมาตรการกำกับดูแลทรัพย์สินวัด เช่น ระบบบัญชีที่โปร่งใส การเปิดเผยการใช้จ่ายต่อชุมชน และการมีหน่วยตรวจสอบภายในที่เข้มแข็ง เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติศาสนกิจอย่างบริสุทธิ์

การจับกุมถือเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการสอบสวนทางกฎหมายและการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังคงต้องรอผลการดำเนินคดีและการเสนอข้อมูลจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อศาลเพื่อสรุปสภาพข้อเท็จจริงต่อไป

รายงานจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จิรายุ ศรีอยุธยา
จิรายุ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ จิรายุ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

43พระนครศรีอยุธยา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พระนครศรีอยุธยา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว