สิ่งแวดล้อม ตะกั่วป่า พังงา (69)

ชาวตำบลคึกคักแจ้งอาคารหลบภัยสึนามิสภาพทรุด ขาดความพร้อมใช้งาน

หน่วยข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารหลบภัยสึนามิในตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า พบสภาพทรุดโทรม มีน้ำขัง มูลนกและกระจกแตก ขณะที่เทศบาลยอมรับดูแลความสะอาดแต่ต้องเร่งซ่อมบำรุงเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน

ชาวตำบลคึกคักแจ้งอาคารหลบภัยสึนามิสภาพทรุด ขาดความพร้อมใช้งาน
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

การลงพื้นที่และสภาพอาคาร

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารสำหรับหลบภัยกรณีเกิดคลื่นสึนามิในตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ตามการร้องเรียนของชาวบ้าน โดยผู้ตรวจสอบได้แก่ คุณสมโภชน์ โตรักษา และ คุณณัฐดนัย ใหม่ซ้อน พบว่าอาคารหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนมีสภาพที่บ่งชี้ว่าพร้อมใช้งานได้ไม่เต็มที่

ลักษณะปัญหาที่พบบ่อยได้แก่กระจกประตูชั้นบนแตก พื้นที่ชั้นสองเต็มไปด้วยมูลนก มีน้ำขังและมีกลิ่นเหม็น หน้าต่างบางจุดไม่สามารถเปิด-ปิดได้ตามปกติ ปลั๊กไฟฟ้าบางส่วนชำรุด และห้องน้ำภายในอาคารสกปรก ซึ่งทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ลดความเชื่อมั่นต่อการนำอาคารไปใช้งานเมื่อเกิดภัย

จำนวนอาคารและหอเตือนภัยในจังหวัด

จากข้อมูลประจำจังหวัด พังงามีระบบโครงสร้างเพื่อเตือนและหลบภัยในพื้นที่ชายฝั่งกระจายอยู่ในหลายอำเภอ โดยมีตัวเลขสำคัญดังนี้

รายการ จำนวน พื้นที่ที่กล่าวถึง
อาคารหลบภัยสึนามิ 8 แห่ง จังหวัดพังงา
หอเตือนภัย มากกว่า 10 แห่ง กระจายใน 3 อำเภอ

พื้นที่ได้รับผลกระทบและความเห็นจากหน่วยงานท้องถิ่น

อาคารและหอเตือนภัยที่กล่าวถึงกระจายอยู่ในพื้นที่ 3 อำเภอหลักคือ อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนชายฝั่งที่มีทั้งชาวประมงและชุมชนเมืองเล็กๆ อาศัยอยู่ ผู้ตรวจสอบระบุว่าไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะจุดเดียว แต่มีอีกหลายแห่งในจังหวัดที่มีสภาพใกล้เคียงกัน

นายกเทศมนตรีตำบลคึกคักให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่าเทศบาลมีการจัดจ้างบุคลากรดูแลความสะอาดของอาคารเป็นประจำ และยืนยันว่าไม่ได้ละเลยการดูแลพื้นที่ แต่อธิบายเพิ่มเติมว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจซ่อมบำรุงและบริหารจัดการให้มากขึ้นเพื่อให้พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ความเสี่ยงและความจำเป็นในการซ่อมบำรุง

สภาพอาคารที่ทรุดโทรม เช่น กระจกแตก พื้นมีน้ำขัง และระบบไฟฟ้าขัดข้อง เป็นปัจจัยที่อาจทำให้อาคารไม่สามารถรองรับประชาชนได้ในภาวะฉุกเฉิน นอกจากนี้ กลิ่นและความสกปรกยังลดความพร้อมใจของชุมชนที่จะใช้สถานที่ดังกล่าว เป็นความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

สิ่งที่ควรดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • ตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างเป็นระบบ โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความปลอดภัย
  • จัดทำแผนซ่อมบำรุงเร่งด่วนสำหรับส่วนที่ชำรุด เช่น ระบบไฟฟ้า ประตูหน้าต่าง และห้องน้ำ
  • เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดและป้องกันสัตว์รบกวน เช่น นก เพื่อไม่ให้พื้นที่เสียหายจากมูลและสิ่งสกปรก
  • ให้ความรู้และฝึกซ้อมการอพยพแก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เมื่อเกิดเหตุสามารถใช้อาคารได้จริง

ผลกระทบต่อชุมชนและคำแนะนำปฏิบัติ

ชาวบ้านในชุมชนชายฝั่งมีความตระหนักถึงความเสี่ยงของสึนามิ แต่ความไม่พร้อมของอาคารหลบภัยทำให้ความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น หากหน่วยงานท้องถิ่นสามารถจัดลำดับความสำคัญในการซ่อมบำรุงและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชนได้

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการและเตรียมแผนครอบครัวสำหรับการอพยพ รวมถึงศึกษาจุดหลบภัยสำรองในบริเวณใกล้เคียง หากอาคารหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเตือนให้หน่วยงานท้องถิ่นและผู้บริหารจังหวัดเร่งตรวจสอบและลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของชุมชนชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เมื่อเกิดภัยพิบัติจริง ประชาชนมีสถานที่ปลอดภัยรองรับและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

69พังงา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พังงา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว