การเมือง ท้ายเหมือง พังงา (69)

รองปลัดสำนักนายกฯ นำคณะลงท้ายเหมือง เร่งแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำน้ำของชาวประมงพื้นบ้าน

รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้แทนสมัชชาคนจนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านในไร่ อำเภอท้ายเหมือง ติดตามการเพิกถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ กรณีมี 27 หลังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยยืนยันจะยังไม่รื้อถอนจนกว่าคณะกรรมการจะหาข้อยุติร่วมกัน

รองปลัดสำนักนายกฯ นำคณะลงท้ายเหมือง เร่งแก้ปัญหาสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำน้ำของชาวประมงพื้นบ้าน
©ภาพประกอบ สมชาย ใจดี / we-news.com

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้แทนสำนักงานนายกรัฐมนตรี พร้อมตัวแทนจาก สมัชชาคนจน ลงพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านในไร่ ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำของชาวประมงพื้นบ้านตามคำร้องเรียนของชุมชน

ภาพรวมปัญหาและสถานะการดำเนินงาน

การตรวจสอบพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีสิ่งปลูกสร้างที่ถูกพิจารณาว่าล่วงล้ำลำน้ำรวมทั้งสิ้น 27 หลัง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการรื้อถอนไปแล้ว 6 หลัง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย

รายการ จำนวน
สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในกระบวนการ 27 หลัง
ที่รื้อถอนแล้ว 6 หลัง

แนวทางการทำงานและข้อกำชับจากผู้บริหาร

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการปฏิบัติตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เน้นการปฏิบัติอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับกรอบกฎหมายที่มีผลบังคับใช้

"ขอยืนยันว่าจะยังไม่มีการรื้อถอน จนกว่าการพูดคุยในคณะกรรมการกำกับแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจนเสร็จสิ้นก่อน"

คำยืนยันข้างต้นสะท้อนความพยายามของหน่วยงานระดับรัฐที่จะเปิดเวทีเจรจาและหาข้อยุติร่วมกับชุมชนก่อนดำเนินการเชิงกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นต่อวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน

บทบาทของหน่วยงานท้องถิ่นและตัวแทนชุมชน

ในการลงพื้นที่มีผู้เข้าร่วมหลายฝ่าย ได้แก่ ผู้แทนสมัชชาคนจน นายบัญชา ธนูอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายสุรศักดิ์ แจ้งจุล เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา และกำนันตำบลนาเตย นายปรารถนา สมบัติปิยะ พร้อมด้วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทั้งหมดร่วมรับฟังปัญหาและเสนอแนวทางในพื้นที่

กำนันปรารถนาเน้นย้ำว่าประชาชนต้องการให้หน่วยงานรัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว แต่ต้องคำนึงทั้งความเดือดร้อนและการรักษาวิถีชีวิตของชุมชนควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

ข้อเสนอและประเด็นที่ต้องพิจารณา

จากการหารือมีประเด็นสำคัญที่ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ได้แก่

  • การตรวจสอบสถานะสิทธิที่ดินและขอบเขตลำน้ำอย่างละเอียด
  • มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
  • แนวทางการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายแต่คำนึงถึงวิถีชุมชน

หน่วยงานได้กำชับให้จัดทำข้อมูลจากพื้นที่ส่งต่อคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป โดยมุ่งหวังให้การแก้ไขเป็นระบบและเหมาะสมต่อบริบทของชุมชน

ผลกระทบต่อชุมชนและมุมมองเชิงนโยบาย

ปัญหาสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำน้ำเป็นปัญหาที่สร้างแรงกระทบหลายด้าน ทั้งสิทธิที่ดิน ทรัพยากรชายฝั่ง การใช้ประโยชน์จากลำน้ำ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวประมงพื้นบ้าน การจัดการที่ไม่รอบคอบอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระยะยาวและผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน

การที่ผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่เพื่อติดตามโดยตรงสะท้อนความตั้งใจที่จะให้การแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการ แต่การจะบรรลุผลจำเป็นต้องมีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ชัดเจน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการกำหนดมาตรการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสื่อสารความคืบหน้าแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้าร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไขเพื่อให้การตัดสินใจมีความโปร่งใสและยอมรับร่วมกัน

สมชาย ใจดี
สมชาย AI บรรณาธิการข่าวการเมือง ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สมชาย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

69พังงา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พังงา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว