เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมการให้บริการของสถานพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมสำคัญได้แก่การตรวจเยี่ยม โรงพยาบาลโคกสำโรง เพื่อให้กำลังใจผู้มารับบริการและติดตามความพร้อมของระบบบริการฟอกไต รวมทั้งสำรวจพื้นที่สำหรับก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในสูง 7 ชั้น ตามแผนพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาล
การยกระดับบริการฉุกเฉินและผู้ป่วยเรื้อรัง
การติดตามระบบบริการฟอกไตที่โรงพยาบาลโคกสำโรงเป็นหนึ่งในมาตรการที่กระทรวงให้ความสำคัญ เนื่องจากจังหวัดลพบุรีเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ทำให้ต้องรองรับผู้ป่วยจากหลายทิศทาง การพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่จึงมีเป้าหมายเพื่อลดความจำเป็นที่ประชาชนต้องเดินทางเข้ารักษาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของหน่วยบริการระดับสูงและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วยและครอบครัว
นอกจากการตรวจติดตามบริการฟอกไตแล้ว รัฐมนตรีได้เยี่ยมชมความคืบหน้าแผนกอาคารผู้ป่วยในที่มีแผนก่อสร้างเป็นอาคาร 7 ชั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายศักยภาพการรับผู้ป่วยในระดับภูมิภาค
รับฟังปัญหาเกษตรกรและพลังงานทดแทน
นอกเหนือจากภารกิจด้านการรักษาพยาบาล รัฐมนตรียังเดินทางไปยัง สถานีวิจัยและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพื่อติดตามปัญหาในชุมชน โดยรับฟังเรื่องความเดือดร้อนด้านน้ำเพื่อการเกษตร และข้อเสนอเกี่ยวกับการใช้พลังงานทางเลือกจากหน่วยงานชลประทานและสำนักงานพลังงานจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของประชาชน เช่น ภาวะโภชนาการ การเข้าถึงอาหาร และความเสี่ยงด้านสุขภาพจากปัญหาทรัพยากรน้ำ
“กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายดูแลประชาชนทุกช่วงวัยและทุกอาชีพ … การยกระดับศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนที่นี่ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการแพทย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้ามาในสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วยลดความแออัด”
ข้อความดังกล่าวสะท้อนนโยบายของกระทรวงที่เน้นการกระจายบริการสุขภาพให้เท่าเทียมมากขึ้น และลดภาระของระบบสาธารณสุขระดับบน
ระบบเทคโนโลยีและการส่งเสริมสุขภาพ
ในการลงพื้นที่ รัฐมนตรีชี้แจงด้วยว่าปัจจุบันนโยบายของกระทรวงไม่ได้มุ่งเพียงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการรักษาเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion and Prevention) มากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าการรักษาเมื่อป่วยแล้ว กระทรวงจึงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การนัดหมายจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา
- นำระบบนัดหมายออนไลน์ผ่านสมาร์ตโฟนมาใช้เพื่อลดการรอคอย
- มีการติดตามอาการและให้คำปรึกษาแบบทางไกล (consult) เพื่อลดการเดินทาง
- จัดส่งยาไปยังผู้ป่วยเพื่อลดภาระและค่าใช้จ่าย
การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดภาระการเดินทางและเวลาในการรอรับบริการของผู้ป่วย รวมทั้งช่วยให้การจัดการกรณีผู้ป่วยเรื้อรังมีความต่อเนื่องมากขึ้น
| หน่วยงานที่เยี่ยมชม | วัตถุประสงค์ |
|---|---|
| โรงพยาบาลโคกสำโรง | ติดตามระบบฟอกไต ตรวจความพร้อม และสำรวจพื้นที่ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน 7 ชั้น |
| สถานีวิจัยและพัฒนาอาชีพเกษตรกร | รับฟังปัญหาเกษตรกร เรื่องน้ำเพื่อการเกษตร และการใช้พลังงานทางเลือก |
| โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี | ติดตามการใช้เครื่องฉายรังสีรุ่นใหม่ที่ช่วยลดระยะเวลาการรอคอย |
รัฐมนตรีระบุด้วยว่าโรงพยาบาลใน จ.ลพบุรี มีความพร้อมทางการแพทย์มากขึ้น เช่น โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรีที่เพิ่งนำเครื่องฉายรังสีรุ่นใหม่มาใช้ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอย ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและกลับไปพักฟื้นกับครอบครัวได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ การเร่งพัฒนาระบบบริการชุมชนและการส่งเสริมสุขภาพจะช่วยลดต้นทุนด้านสาธารณสุขในภาพรวม
ในเชิงปฏิบัติ ประชาชนควรติดตามข้อมูลการนัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์ของหน่วยบริการในพื้นที่ เพื่อลดการรอคอยและความเสี่ยงจากการเดินทางไกล ขณะเดียวกันหน่วยงานท้องถิ่นและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องประสานงานด้านทรัพยากรน้ำและพลังงานเพื่อสร้างความมั่นคงด้านปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งผลต่อสุขภาพของชุมชนในระยะยาว
การลงพื้นที่ครั้งนี้ชี้ให้เห็นแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการยกระดับบริการในระดับภูมิภาคควบคู่กับการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ เพื่อลดภาระการรักษาที่สูงและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริการสุขภาพในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง