อาชญากรรม โคกสำโรง ลพบุรี (34)

ผู้การลพบุรีสั่งรื้อคดีเงิน–ทองหายเกือบ 5 แสน ป้าวัย 61 ร้องขอความเป็นธรรม

นางติ๋ว วัย 61 ปี ชาว ต.เพนียด อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ร้องขอความเป็นธรรมหลังทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 5 แสนบาทหายจากเพิงพักลานเผาถ่าน ตำรวจภูธรจังหวัดสั่งรื้อคดี เตรียมนำผู้ต้องสงสัยและพยานเข้าสอบด้วยเครื่องจับเท็จเพื่อหาข้อเท็จจริง

ผู้การลพบุรีสั่งรื้อคดีเงิน–ทองหายเกือบ 5 แสน ป้าวัย 61 ร้องขอความเป็นธรรม
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

ลพบุรี — หลังแจ้งความคดีทรัพย์สินสูญหายเกือบ 5 แสนบาท นานกว่า 9 เดือน ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ นางติ๋ว ลารัน อายุ 61 ปี ชาวตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีให้เร่งรัดการสอบสวนและติดตามคดี

สาเหตุและมูลค่าความเสียหาย

เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 06.00 น. ขณะนางติ๋วและสามีเดินทางไปเผาถ่านบริเวณหมู่บ้านนกเขาเป้า ผู้เสียหายระบุว่านำกระเป๋าย่ามวางไว้ภายในเพิงพักแล้วเดินกลับบ้านเพื่อหาเด็กเล็ก ก่อนจะกลับมาพบว่ากระเป๋าหายไป ภายในประกอบด้วยเครื่องประดับทองและเงินสด รวมมูลค่าความเสียหายโดยประมาณเกือบ 5 แสนบาท

รายการ จำนวน/รายละเอียด มูลค่าประมาณ
ทองรูปพรรณ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน น้ำหนักรวม 7.50 บาท รวมในมูลค่าที่ระบุ
เงินสด เงินสดในกระเป๋าย่าม 85,000 บาท
กระเป๋าใส่เหรียญ กระเป๋าใส่เหรียญภายในย่าม รวมในมูลค่าที่ระบุ

ผู้เสียหายร้องผู้บังคับบัญชาและความคืบหน้า

หลังแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเพนียดและให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบุคคลที่สงสัยแล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามทรัพย์สินคืนได้ตลอดระยะเวลากว่า 9 เดือน จนกระทั่งนางติ๋วตัดสินใจมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีรับเรื่องร้องเรียนพร้อมรับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำเนาใบแจ้งความและผลตรวจดีเอ็นเอ เพื่อใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยมีคำสั่งให้รื้อคดีและทบทวนพยานหลักฐานเดิม

การใช้เครื่องจับความเท็จและขั้นตอนต่อไป

ตำรวจภูธรจังหวัดได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรเพนียด และมีแผนที่จะนำผู้ต้องสงสัยพร้อมพยานไปเข้าสอบด้วย เครื่องจับความเท็จ ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง

"รู้สึกพอใจและมีความหวังมากขึ้น หลังผู้บังคับบัญชาตำรวจให้ความสำคัญกับเรื่องร้องเรียน และสั่งให้มีการตรวจสอบคดีอีกครั้ง"

หากผลการตรวจสอบแสดงความผิดปกติหรือนำไปสู่พยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผลกระทบทางสังคมและคำแนะนำสำหรับผู้ได้รับความเสียหาย

คดีทรัพย์สินสูญหายโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทซึ่งมีการเก็บทรัพย์สินไว้ที่บ้านหรือบริเวณที่ทำงานชั่วคราว ยังก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของทรัพย์สินของชุมชน แหล่งข่าวจากผู้เสียหายชี้ให้เห็นว่าการรอคอยการดำเนินคดีเป็นเวลานานส่งผลต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

ข้อปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเมื่อต้องเผชิญกับเหตุลักษณะนี้ ได้แก่:

  • แจ้งความต่อสถานีตำรวจทันทีและเก็บสำเนาใบแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
  • สำรองข้อมูลพยาน เช่น รายชื่อคนเห็นเหตุการณ์ ภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ หากมี
  • ขอผลตรวจหรือรายงานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ผลตรวจดีเอ็นเอหรือลายนิ้วมือ เพื่อยืนยันหลักฐาน
  • ติดตามความคืบหน้ากับผู้รับผิดชอบคดีอย่างสม่ำเสมอ และยื่นร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาเมื่อเห็นว่าการสืบสวนล่าช้า

ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรียังคงสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่อไปเพื่อให้คดีเดินหน้าและคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย ในขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่จับตามองการทำงานของเจ้าหน้าที่หวังให้การสืบสวนดำเนินไปอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

34ลพบุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ลพบุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว