ลพบุรี — หลังแจ้งความคดีทรัพย์สินสูญหายเกือบ 5 แสนบาท นานกว่า 9 เดือน ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ นางติ๋ว ลารัน อายุ 61 ปี ชาวตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีให้เร่งรัดการสอบสวนและติดตามคดี
สาเหตุและมูลค่าความเสียหาย
เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 06.00 น. ขณะนางติ๋วและสามีเดินทางไปเผาถ่านบริเวณหมู่บ้านนกเขาเป้า ผู้เสียหายระบุว่านำกระเป๋าย่ามวางไว้ภายในเพิงพักแล้วเดินกลับบ้านเพื่อหาเด็กเล็ก ก่อนจะกลับมาพบว่ากระเป๋าหายไป ภายในประกอบด้วยเครื่องประดับทองและเงินสด รวมมูลค่าความเสียหายโดยประมาณเกือบ 5 แสนบาท
| รายการ | จำนวน/รายละเอียด | มูลค่าประมาณ |
|---|---|---|
| ทองรูปพรรณ | สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน น้ำหนักรวม 7.50 บาท | รวมในมูลค่าที่ระบุ |
| เงินสด | เงินสดในกระเป๋าย่าม | 85,000 บาท |
| กระเป๋าใส่เหรียญ | กระเป๋าใส่เหรียญภายในย่าม | รวมในมูลค่าที่ระบุ |
ผู้เสียหายร้องผู้บังคับบัญชาและความคืบหน้า
หลังแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเพนียดและให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบุคคลที่สงสัยแล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามทรัพย์สินคืนได้ตลอดระยะเวลากว่า 9 เดือน จนกระทั่งนางติ๋วตัดสินใจมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีรับเรื่องร้องเรียนพร้อมรับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำเนาใบแจ้งความและผลตรวจดีเอ็นเอ เพื่อใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยมีคำสั่งให้รื้อคดีและทบทวนพยานหลักฐานเดิม
การใช้เครื่องจับความเท็จและขั้นตอนต่อไป
ตำรวจภูธรจังหวัดได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรเพนียด และมีแผนที่จะนำผู้ต้องสงสัยพร้อมพยานไปเข้าสอบด้วย เครื่องจับความเท็จ ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง
"รู้สึกพอใจและมีความหวังมากขึ้น หลังผู้บังคับบัญชาตำรวจให้ความสำคัญกับเรื่องร้องเรียน และสั่งให้มีการตรวจสอบคดีอีกครั้ง"
หากผลการตรวจสอบแสดงความผิดปกติหรือนำไปสู่พยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ผลกระทบทางสังคมและคำแนะนำสำหรับผู้ได้รับความเสียหาย
คดีทรัพย์สินสูญหายโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทซึ่งมีการเก็บทรัพย์สินไว้ที่บ้านหรือบริเวณที่ทำงานชั่วคราว ยังก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของทรัพย์สินของชุมชน แหล่งข่าวจากผู้เสียหายชี้ให้เห็นว่าการรอคอยการดำเนินคดีเป็นเวลานานส่งผลต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
ข้อปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเมื่อต้องเผชิญกับเหตุลักษณะนี้ ได้แก่:
- แจ้งความต่อสถานีตำรวจทันทีและเก็บสำเนาใบแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
- สำรองข้อมูลพยาน เช่น รายชื่อคนเห็นเหตุการณ์ ภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ หากมี
- ขอผลตรวจหรือรายงานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ผลตรวจดีเอ็นเอหรือลายนิ้วมือ เพื่อยืนยันหลักฐาน
- ติดตามความคืบหน้ากับผู้รับผิดชอบคดีอย่างสม่ำเสมอ และยื่นร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาเมื่อเห็นว่าการสืบสวนล่าช้า
ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรียังคงสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่อไปเพื่อให้คดีเดินหน้าและคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย ในขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่จับตามองการทำงานของเจ้าหน้าที่หวังให้การสืบสวนดำเนินไปอย่างโปร่งใสและรวดเร็ว