กฟภ.ชี้แจงข้อเท็จจริง หวั่นข้อมูลบิดเบือนเหตุไฟไหม้
ลพบุรี — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลพบุรีออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 2 ต.พรหมมาศ อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 และส่งผลให้บ้านพักเสียหายทั้งหมด 3 หลัง พร้อมมีผู้เสียชีวิตคือ นายโสม พินิจบุตร อายุ 79 ปี โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่า การไฟฟ้าตัดมิเตอร์ไฟฟ้าจนเป็นสาเหตุกระทบต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
นายวิโรจน์ จันอินทร์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บ้านต้นเพลิงติดตั้งมิเตอร์ขนาด 5 แอมป์ และมิได้มีการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าหรือถอดมิเตอร์แต่อย่างใด ทั้งนี้ประวัติการชำระค่าไฟของเจ้าของบ้านเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200 กว่าบาทต่อเดือน จากก่อนหน้านี้ที่เคยมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 1,000 บาทต่อเดือน
"จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง...ไม่ได้งดจ่ายกระแสไฟฟ้าหรืองดถอดมิเตอร์ และเจ้าของบ้านได้ชำระค่าไฟผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ซึ่งเป็นเวลา 2 วันก่อนเกิดเหตุ" — นายวิโรจน์ จันอินทร์
รายละเอียดการชำระค่าไฟและสถานะมิเตอร์
การไฟฟ้าระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานะการชำระและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่พบในพื้นที่ ดังนี้
- ขนาดมิเตอร์: 5 แอมป์
- ประวัติการชำระ: ชำระสม่ำเสมอ ค่าเฉลี่ยประมาณ 200 กว่าบาท/เดือน
- การชำระล่าสุด: เจ้าของบ้านชำระผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พ.ศ. 2569
- สถานะมิเตอร์ ณ วันตรวจ: ยังติดตั้งอยู่ในจุดเดิม ไม่ถูกถอดหรืองดจ่าย
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ที่เกิดเหตุ | บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 2 ต.พรหมมาศ อ.เมืองลพบุรี |
| วันที่เกิดเหตุ | 15 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลาโดยประมาณ 03.00 น. |
| ผู้เสียชีวิต | นายโสม พินิจบุตร อายุ 79 ปี |
สภาพแวดล้อมและการใช้เทียนในบ้านก่อนเกิดเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้น กฟภ.ระบุว่าอาจมีปัญหาความขัดข้องภายในระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งทำให้เกิดการดับของกระแสไฟ โดยครอบครัวที่อาศัยอยู่มีผู้พักเพียงสองคนคือคุณตาและคุณยาย ทั้งสองประกอบอาชีพขายไก่ย่างบริเวณหน้าวัดพรหมมาศ และจะกลับบ้านในช่วงค่ำ เมื่อเกิดไฟฟ้าดับในบ้าน เจ้าของบ้านอาจไม่ได้ทราบช่องทางติดต่อหรือขั้นตอนขอให้หน่วยงานเข้าตรวจสอบ จึงใช้เทียนเป็นแสงสว่างภายในบ้านก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้
การตรวจพิสูจน์สาเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สิ้นสุด
กฟภ.ลพบุรีย้ำว่าแม้จะยืนยันได้ว่าไม่มีการถอดมิเตอร์หรืองดจ่ายไฟฟ้า แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ได้ การตรวจสอบต้องอาศัยการพิสูจน์หลักฐานจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมถึงหน่วยงานตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ก่อนจะสรุปสาเหตุและผู้รับผิดชอบได้
นอกจากนี้ ผู้จัดการกฟภ.ลพบุรีได้ลงพื้นที่เยี่ยมและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่ทำการตรวจพิสูจน์เหตุเพลิงไหม้อย่างเต็มที่
ประเด็นที่ต้องติดตาม
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังทิ้งคำถามและความกังวลต่อสาธารณะ ดังนั้นประเด็นที่ควรติดตามต่อไปคือ
- ผลการตรวจพิสูจน์สาเหตุเพลิงไหม้จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
- การตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อหาจุดบกพร่องหรือความเสียหายของสายไฟและอุปกรณ์
- มาตรการช่วยเหลือและการชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียหายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การรายงานครั้งนี้มุ่งให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่กฟภ.ลพบุรีเปิดเผย โดยจะติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์หลักฐานและรายงานเพิ่มเติมเมื่อได้รับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป