เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569 ตัวแทนเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ปศุสัตว์โคบาลบูรพาจาก 3 อำเภอของจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ อรัญประเทศ โคกสูง และวัฒนานคร รวมกว่า 6,000 ราย เดินทางมาร้องเรียนที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ เพื่อยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ขอให้เสนอข้อเรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโครงการโคบาลบูรพา ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2560.
ข้อเรียกร้องสำคัญต่อคณะรัฐมนตรี
การประชุมมีการรับฟังปัญหาโดยมีผู้แทนระดับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เกษตรจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการอื่นๆ ตัวแทนเกษตรกรระบุว่าโครงการดังกล่าวเป็น “นโยบายแบบสั่งการจากบนลงล่าง (Top-down) ที่ประสบความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง” ส่งผลให้การส่งมอบแม่พันธุ์โคไม่ได้คุณภาพ ขาดการสนับสนุนแบบครบวงจรตลอดระยะเวลา 8 ปี และนำมาสู่ปัญหาหนี้สิน การถูกดำเนินคดี รวมถึงการเสียโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
จากข้อเท็จจริงที่ได้รับการเสนอ ตัวแทนสหกรณ์ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายจำนวน 6 ประการให้นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นธรรมต่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
- ขอให้ ครม.ออกมติใหม่โดยยกเลิกมติเดิม และใช้ฐานข้อมูลจากสถาบันวิชาการที่เป็นกลางเป็นตัวตั้งในการแก้ไข
- แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษระดับชาติที่เป็นกลางเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเยียวยาเกษตรกร
- ระงับการฟ้องร้องและการทวงถามหนี้สินทุกกรณีไว้ก่อนในระหว่างรอข้อยุติเชิงนโยบาย
- พิจารณาปลดภาระหนี้สินให้เป็นศูนย์สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยแท้จริง
- จัดหาการสนับสนุนทางเทคนิคและการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอบรมและการขยายโอกาสทางการตลาด
- ประกันคุณภาพแม่พันธุ์และมาตรฐานการส่งมอบในโครงการที่จะดำเนินต่อไป
ผลกระทบต่อครัวเรือนและการดำเนินคดี
เกษตรกรชี้ว่า ปัญหาหนี้สินไม่เพียงส่งผลต่อฐานะการเงินของครัวเรือน แต่ยังมีการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อเกษตรกรบางราย ซึ่งกลุ่มผู้ร้องขอให้มีการชะลอการดำเนินคดีทั้งหมดจนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลและข้อสรุปจากคณะกรรมการกลาง ข้อเรียกร้องนี้ได้รับการสนับสนุนจากอดีตรัฐมนตรีและตัวแทนคณะกรรมาธิการการเกษตรที่ลงพื้นที่รับฟัง
“ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมนั้น ได้ขอความร่วมมือให้มีการชะลอการดำเนินการทางกฎหมายกับเกษตรกรทั้งหมด”
คำให้สัมภาษณ์นี้สะท้อนความพยายามในการหาจุดสมดุลระหว่างการตรวจสอบนโยบายกับการปกป้องสิทธิและความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
ความไม่แน่นอนของโครงการและอุปสรรคในการเลี้ยงโค
ตัวแทนระบุอุปสรรคสำคัญอื่นๆ ที่ยังคงเป็นปัญหา ได้แก่ ปัญหาการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ ต้นทุนการผลิตที่สูง และราคาสัตว์เลี้ยงที่ตกต่ำ ทั้งหมดนี้ซ้ำเติมสถานการณ์เดิมที่เกิดจากการรับแม่พันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพและการขาดการติดตามสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
| อำเภอ | ลำดับความเข้มข้นของการเลี้ยงโค |
|---|---|
| วัฒนานคร | มากที่สุด |
| โคกสูง | รองลงมา |
| อรัญประเทศ | น้อยกว่า 2 แห่งแรก |
ทางออกเชิงนโยบายและความคาดหวังของชุมชน
เกษตรกรและสหกรณ์ต้องการให้การแก้ปัญหาเป็นไปในลักษณะที่มีข้อมูลรองรับและเป็นธรรม ไม่ต้องการเพียงแนวทางเยียวยาชั่วคราว แต่เรียกร้องให้มีการวางแผนฟื้นฟูอาชีพอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยการตรวจสอบคุณภาพแม่พันธุ์ การให้ความรู้ทางการเลี้ยงและการตลาด รวมทั้งมาตรการลดความเสี่ยงด้านการเงิน
ขณะเดียวกัน ฝ่ายปกครองระดับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งประสานงานกับคณะกรรมาธิการการเกษตรเพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลจริงและเร่งนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะการพิจารณาชะลอการดำเนินคดีและการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นกลางตามข้อเรียกร้อง
สถานการณ์ของเกษตรกรสหกรณ์ปศุสัตว์โคบาลบูรพาในจังหวัดสระแก้วเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงที่เกิดจากการนำโครงการระดับชาติลงสู่พื้นที่โดยขาดการออกแบบที่ยืดหยุ่นและการสนับสนุนต่อเนื่อง หากไม่เร่งแก้ไขทั้งเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ อาจทำให้ความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตรกรในพื้นที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น