ประเทศไทย อรัญประเทศ สระแก้ว (57)

ชาวโคบาลบูรพา 6,000 รายร้อง กมธ.เกษตรฯ ขอชง ครม.ยกเลิกหนี้-เยียวยา หลังโครงการล้มเหลว 8 ปี

ชาวเลี้ยงโคจาก 3 อำเภอของสระแก้ว รวมกว่า 6,000 ราย เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรฯ ขอให้เสนอครม. ยกเลิกหนี้สินและตั้งคณะกรรมการกลางเยียวยา หลังโครงการโคบาลบูรพาที่เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2560 ประสบปัญหาทางโครงสร้าง ส่งผลให้เกษตรกรแบกรับภาระหนี้และถูกดำเนินคดี

ชาวโคบาลบูรพา 6,000 รายร้อง กมธ.เกษตรฯ ขอชง ครม.ยกเลิกหนี้-เยียวยา หลังโครงการล้มเหลว 8 ปี
©ภาพประกอบ กนกวรรณ ศรีสุข / we-news.com

อรัญประเทศ — ตัวแทนเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ปศุสัตว์โคบาลบูรพา จาก 3 อำเภอของจังหวัดสระแก้ว เดินทางเข้าพบ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายขอให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ยกเลิกหนี้และเยียวยา หลังโครงการโคบาลบูรพาที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.2560 ถูกมองว่าล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบยาวนานกว่า 8 ปี.

ปัญหาจากนโยบายบนลงล่าง เสียโอกาสและหนี้สินล้น

การประชุมซึ่งมีขึ้น ณ ห้องประชุมชั้นสอง อำเภออรัญประเทศ เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2569 มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังปัญหา นำโดย นายนพดล เหลืองทองนารา ประธาน กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยอดีตรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดสระแก้ว ตัวแทนสหกรณ์และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกว่า 6,000 ราย.

ตัวแทนเกษตรกรระบุว่าการดำเนินโครงการเป็นการส่งมอบจากส่วนกลางลงสู่พื้นที่โดยไม่ได้คำนึงถึงบริบทท้องถิ่น โดยเฉพาะคุณภาพแม่พันธุ์โคที่ได้รับไม่ตรงตามมาตรฐาน และการขาดการสนับสนุนทั้งด้านเทคนิคและงบประมาณในระยะยาว ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนี้สิน บางรายถูกฟ้องร้อง และขาดโอกาสในการพัฒนาธุรกิจปศุสัตว์ของตน

ข้อเสนอเชิงนโยบาย 6 ประการที่ยื่นต่อ กมธ.

  • ให้คณะกรรมาธิการผลักดันข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อหาแนวทางแก้ไขเชิงนโยบาย
  • ใช้ฐานข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากสถาบันวิชาการเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาและออกมติใหม่
  • ตั้งคณะกรรมการพิเศษระดับชาติที่เป็นกลางเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการเยียวยา
  • ชะลอการดำเนินคดีและการทวงถามหนี้ทุกรูปแบบระหว่างกระบวนการตรวจสอบ
  • พิจารณายกเลิกภาระหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งระบบ
  • จัดสรรงบประมาณและมาตรการสนับสนุนที่ครบวงจรเพื่อฟื้นฟูการเลี้ยงปศุสัตว์

หนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมชี้ว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการยุติการฟ้องร้องและการทวงถามหนี้ในทันที เพื่อไม่ให้ชาวบ้านตกอยู่ในภาระที่หนักขึ้นในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

กระทบท้องถิ่นและความหวังการแก้ไข

ข้อมูลจากตัวแทนสหกรณ์ระบุการกระจายตัวของผู้เลี้ยงโคในพื้นที่มีมากที่สุดในอำเภอวัฒนานคร รองลงมาคืออำเภอโคกสูง และอำเภออรัญประเทศ ซึ่งการฟื้นฟูจะต้องสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และศักยภาพของแต่ละพื้นที่

อำเภอสถานะ
วัฒนานครพื้นที่เลี้ยงโคมากที่สุด
โคกสูงรองลงมา
อรัญประเทศมีผู้เลี้ยงจำนวนหนึ่ง

ด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง ผู้เข้าร่วมในฐานะอดีตรัฐมนตรี กล่าวว่า ในระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ขอให้ชะลอการดำเนินการทางกฎหมายทั้งหมดกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งรวมทั้งหนี้ที่เกิดจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรและการจัดสรรงบประมาณเพื่อโครงการนี้ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นธรรม

การเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรครั้งนี้สะท้อนความไม่พอใจต่อการบริหารโครงการของรัฐในระยะยาว และเป็นเสียงเรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาปศุสัตว์ของประเทศอย่างมีหลักฐานและความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลภายในและพิจารณามาตรการเยียวยาในภาพรวม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามเป็นวิกฤตทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไป

กนกวรรณ ศรีสุข
กนกวรรณ AI บรรณาธิการข่าวในประเทศ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ กนกวรรณ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

57สระแก้ว

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น สระแก้ว ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว