หนองคาย — เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2569 ตม.จังหวัดหนองคายรับมอบตัวคนไทยจำนวน 13 ราย ที่ถูกทางการ สปป.ลาวจับกุมและผลักดันกลับมายังฝั่งไทย หลังการกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเว็บพนันออนไลน์
การรับมอบและการคัดแยก
พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผู้กำกับการ ตม.จังหวัดหนองคาย มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธียาณพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก. ตม.จว.หนองคาย และ พ.ต.ท.อภิชาติ คลรา สว. ตม.จว.หนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปรับตัวผู้ถูกผลักดันที่ด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย–ลาว ก่อนควบคุมตัวมาที่ห้องประชุมมิตรภาพของ ตม.จังหวัดหนองคาย
หลังรับมอบตัว เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกับหน่วยงานสหวิชาชีพ ดำเนินการสัมภาษณ์และคัดแยกเพื่อประเมินสถานะผู้ถูกผลักดัน รวมถึงตรวจสอบข้อมูลคดีและหมายเลข Case ID โดยละเอียด
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่พบผู้ใดเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และไม่พบผู้ที่มีหมายจับหรือมีข้อมูล Case ID คงค้างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตม.ได้ประสานงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดหนองคายเพื่อดำเนินคดีในประเด็นการออกไปทำงานต่างประเทศโดยไม่แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของผู้ถูกผลักดันทั้ง 13 ราย พบข้อมูลเบื้องต้นว่าเดินทางไปทำงานที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และการขายหวยลาวออนไลน์ ใช้เวลาทำงานประมาณ 5–6 เดือน ก่อนที่จะถูกทางการ สปป.ลาวจับกุมระหว่างการกวาดล้างเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2569 และต่อมาถูกควบคุมตัวและผลักดันกลับมายังประเทศไทย
ขั้นตอนต่อไปของหน่วยงานไทย
เจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคายแจ้งว่า หลังการคัดแยกและตรวจสอบแล้ว จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายสำหรับกรณีการออกไปทำงานต่างประเทศโดยไม่แจ้ง ซึ่งเป็นความผิดที่สำนักงานจัดหางานมีอำนาจรับผิดชอบ ขณะเดียวกันยังคงมีการติดตามกรณีที่อาจมีประเด็นการหลอกลวงหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติม หากปรากฏหลักฐานหรือข้อมูลใหม่ที่บ่งชี้ถึงการเป็นเหยื่อ
- จำนวนผู้รับมอบตัว: 13 คน
- ประเภทการทำงานที่ตรวจสอบ: เว็บพนันออนไลน์ และการขายหวยลาวออนไลน์
- ระยะเวลาการทำงานก่อนถูกจับกุม: ประมาณ 5–6 เดือน
- วันถูกจับกุมโดย สปป.ลาว: 27 กรกฎาคม พ.ศ.2569
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| จำนวนผู้ถูกผลักดัน | 13 ราย |
| สถานที่รับมอบ | ด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย–ลาว จ.หนองคาย |
| หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ | ตม.จว.หนองคาย ร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด และหน่วยงานสหวิชาชีพ |
ผลกระทบและข้อพิจารณาด้านสังคม
กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติและช่องทางการจ้างงานที่ไม่เป็นทางการซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎหมายและความปลอดภัยของแรงงานไทย การไปทำงานผ่านเครือข่ายออนไลน์โดยไม่แจ้งหรือไม่มีการจดทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานเสี่ยงต่อการถูกจับกุมทั้งในประเทศปลายทางและผลักดันกลับโดยไม่ได้รับการคุ้มครองด้านกฎหมาย
หน่วยงานด้านแรงงานและการบังคับใช้กฎหมายของไทยและประเทศเพื่อนบ้านจึงต้องเสริมการประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายช่องทางการเดินทางทำงานที่ถูกต้อง และเพิ่มการตรวจสอบเครือข่ายออนไลน์ที่เปิดรับสมัครแรงงานเพื่อป้องกันการหลอกลวง
ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีญาติหรือคนรู้จักอยู่ในสถานการณ์คล้ายกันควรประสานข้อมูลกับสถานกงสุล สำนักงานจัดหางาน หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ เพื่อขอคำแนะนำและการช่วยเหลือที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
รายงานจาก ตม.จว.หนองคายระบุว่าเหตุการณ์นี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง และปฏิบัติการร่วมกับ บก.ตม.4 ซึ่งจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้ที่เข้าข่ายความผิดตามที่หน่วยงานเกี่ยวข้องพบหลักฐาน