สถานการณ์น้ำในจังหวัดสระแก้วเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวังสูงสุด หลังกระแสน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีปริมาณน้ำเกินความจุอยู่ที่ 121.01% ทางชลประทานจึงจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากอ่างเพื่อรักษาความมั่นคงของโครงสร้างอ่าง โดยระบายน้ำที่อัตรา 57.87 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในลำน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้น
ตัวเลขสำคัญและพื้นที่เสี่ยง
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ปริมาณน้ำในอ่าง | 121.01% (เกินความจุ) |
| ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง | ประมาณ 7.395 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน |
| ปริมาณน้ำระบายออก | ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน |
| อัตราการระบายปัจจุบัน | 57.87 ลบ.ม./วินาที |
| อำเภอที่ได้รับผลกระทบ | 6 อำเภอ |
| ครัวเรือนได้รับผลกระทบ | 227 ครัวเรือน |
จังหวัดแจ้งเตือนว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ชุมชนริมลำคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอเมืองสระแก้ว และอำเภอใกล้เคียง โดยเฉพาะตำบลและหมู่บ้านที่อยู่ชายฝั่งคลองพระสะทึงซึ่งระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อมีการเพิ่มอัตราการระบายน้ำ
การบริหารจัดการและการเตรียมความพร้อม
ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วได้นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมลงพื้นที่เพื่อเตรียมการช่วยเหลือหากเกิดน้ำล้นตลิ่งหรือน้ำท่วมฉับพลัน
- ติดตามประกาศเตือนภัยจากจังหวัดและกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
- ยกของมีค่าและเอกสารสำคัญขึ้นที่สูง เตรียมแผนเผชิญเหตุสำหรับสัตว์เลี้ยง
- เตรียมเครื่องมือสื่อสารและแบตเตอรี่สำรอง แจ้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นําชุมชนหากต้องการความช่วยเหลือ
กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าตั้งแต่วันที่ 24–27 กันยายน พ.ศ. 2569 จังหวัดสระแก้วมีโอกาสเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากฝนสะสมในพื้นที่ต้นน้ำร่วมกับการเพิ่มการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำไหลเข้าสู่ระดับที่สามารถควบคุมได้ ทางชลประทานจะพิจารณาปรับลดอัตราการระบายน้ำลง
ผลกระทบในภาพรวมและการแจ้งเตือนระดับประเทศ
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดยังคงต้องติดตาม โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าเหตุอุทกภัยกระทบบางพื้นที่ใน 12 จังหวัด รวม 38 อำเภอ 143 ตำบล 596 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบรวมหลายพันครัวเรือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ระบายน้ำต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงาน
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเน้นย้ำให้ชาวบ้านติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เป็นหลัก หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลจากบัญชีสาธารณะที่อาจสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น และเตรียมพร้อมตามแนวทางที่หน่วยงานประกาศ
สาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์จะประกาศข้อมูลความช่วยเหลือจุดอพยพและเส้นทางการสัญจรที่ปลอดภัยต่อไป ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อผู้นำชุมชนหรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพื่อประสานงานช่วยเหลือ