อาชญากรรม พังงา พังงา (69)

พังงาเตือนภัยมิจฉาชีพออนไลน์ หลอกข้าราชการบำนาญโอนเงินก่อนรีบเปลี่ยนเป็นทองแล้วถูกยึดคืน

ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ช่วยเหยื่อข้าราชการบำนาญที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินเกือบ 4.9 แสนบาท พบการฟอกเงินผ่านบัญชีม้าและร้านทองในสมุทรสาคร ก่อนยึดทองรูปพรรณ 7 บาทคืนผู้เสียหาย พร้อมเตือนประชาชนและร้านทองให้เพิ่มความระมัดระวัง

พังงาเตือนภัยมิจฉาชีพออนไลน์ หลอกข้าราชการบำนาญโอนเงินก่อนรีบเปลี่ยนเป็นทองแล้วถูกยึดคืน
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้รับเรื่องผู้เสียหายเป็นข้าราชการบำนาญที่ถูกมิจฉาชีพออนไลน์หลอกลวง จนโอนเงินจำนวน 489,670 บาท ให้กับแก๊งคนร้าย ก่อนที่เงินจะถูกโอนไปยังบัญชีม้าและนำไปซื้อทองรูปพรรณที่จังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดทองน้ำหนัก 7 บาท มูลค่า 485,400 บาท ส่งคืนผู้เสียหายได้ ขณะที่ยอดเงินคงเหลือในบัญชีอีก 4,270 บาท ยังคงถูกอายัดตรวจสอบ

เส้นทางการเงินและการประสานงานระหว่างจังหวัด

จากการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า พบว่าผู้เสียหายถูกติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ด้วยการอ้างว่ามีเอกสารเกี่ยวกับเงินบำนาญตกค้างอยู่ที่ไปรษณีย์ตะกั่วป่า ก่อนหลอกให้โอนเงิน เมื่อญาติของผู้เสียหายซึ่งเป็นตำรวจทราบเรื่องได้ประสานกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชีและแจ้งความที่ สภ.ตะกั่วป่า เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและพบการโอนต่อไปยังบัญชีม้า จากนั้นเงินถูกโอนไปยังบัญชีร้านทองแห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรสาคร และวันเกิดเหตุคนร้ายนำเงินไปซื้อทองรูปพรรณ

ร้านทองสังเกตพิรุธ ช่วยเป็นจุดเชื่อมสู่การตรวจยึด

พนักงานของร้านทองที่รับซื้อทองได้สังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ เนื่องจากผู้ซื้อไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินได้ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบและยึดทองไว้ ในขั้นตอนต่อมา พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงินและพยานที่เกี่ยวข้องแล้วนำไปยืนยันจนสามารถนำทองกลับมาและมอบคืนให้ผู้เสียหายได้

“ตำรวจยังฝากเตือนมิจฉาชีพมีวิธีการซับซ้อนมากขึ้น จึงขอให้ร้านทอง หากพบลูกค้ามีพฤติกรรมน่าสงสัยให้รีบประสานเจ้าหน้าที่”

ผลกระทบและข้อเสนอแนะต่อประชาชนในพังงา

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลอกลวงที่ใช้การติดต่อผ่านโซเชียลและการฟอกเงินผ่านบัญชีบุคคลที่สาม (บัญชีม้า) รวมถึงการนำเงินไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เช่น ทองคำ ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้ได้รับบำนาญ ควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อได้รับข้อความหรือการติดต่อที่อ้างถึงเงินหรือเอกสารสำคัญ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามข้อมูลผ่านหน่วยงานราชการที่เป็นทางการ

  • หากได้รับการติดต่อขอให้โอนเงิน ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นทางก่อนทุกครั้ง
  • ธนาคารและร้านทองควรร่วมมือและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบพฤติกรรมที่น่าสงสัย
  • ผู้ได้รับผลกระทบควรรีบอายัดบัญชีและแจ้งความเพื่อลดความเสียหาย

การสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเปิดเผยว่า พบข้อมูลการกระทำในลักษณะเดียวกันอีกคดีหนึ่งที่คนร้ายซื้อทองได้ถึง 8 บาท และขณะนี้ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสมุทรสาครเพื่อติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วหลายคน การสืบสวนยังดำเนินต่อไปเพื่อตรวจสอบเครือข่ายบัญชีและบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินชุดนี้

ประเด็น รายละเอียด
ยอดเงินที่ผู้เสียหายโอน 489,670 บาท
ทองที่ยึดคืนได้ 7 บาท (มูลค่า 485,400 บาท)
ยอดเงินคงเหลือที่อายัด 4,270 บาท

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนว่ามิจฉาชีพปรับรูปแบบการหลอกลวงให้ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการใช้บัญชีม้าและการเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายง่าย เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชน ธนาคาร และร้านทองในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสไปยังตำรวจทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติ เพื่อป้องกันความเสียหายและช่วยให้การติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำออกนอกพื้นที่เป็นไปได้มากขึ้น

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

69พังงา

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พังงา ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว