วันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2569 ชุดสืบสวนของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภาค 6 ร่วมกับกองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมชายสัญชาติเกาหลีใต้ที่ถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญของขบวนการหลอกลวงผ่านระบบแชร์ “Lucky Nine” หลังสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้ามาพักอาศัยในคอนโดหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี
คดีระหว่างประเทศและการสืบสวนในไทย
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการประสานงานของตำรวจประสานงานสาธารณรัฐเกาหลีและหมายจับจากอินเตอร์โพล โดยชุดสืบสวนของไทยพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2568 ก่อนเปลี่ยนพื้นที่หลบหนีจากจังหวัดภูเก็ตมายังนนทบุรี และถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2569
รายละเอียดการจับกุมและหลักฐานที่ยึดได้
จากการตรวจสอบเบื้องต้นผู้ต้องหาถูกพบว่าพักอาศัยเกินระยะเวลาที่อนุญาต หรือ โอเวอร์สเตย์ เป็นเวลารวมกว่า 260 วัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้พร้อมยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำส่งให้ทางการเกาหลีใต้ใช้เป็นพยานหลักฐานในการขยายผลการสืบสวนต่อไป
- จำนวนผู้เสียหายในเกาหลีใต้จากขบวนการ: มากกว่า 100 ราย
- มูลค่าความเสียหายที่แจ้งกับทางการเกาหลีใต้: ประมาณ 250 ล้านบาท (หรือ 10,000 ล้านวอน)
- หลักฐานที่ยึดได้: โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และบัตรเครดิต
| ประเด็น | ข้อมูล |
|---|---|
| วันที่เข้าจับกุม | 3 กันยายน พ.ศ.2569 (ประกาศข่าว 4 ก.ย. 2569) |
| ระยะเวลาพักอาศัยเกินกำหนด | 260 วัน |
| มูลค่าความเสียหายที่ถูกกล่าวหา | 250 ล้านบาท (ประมาณ 10,000 ล้านวอน) |
| หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ | กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. |
ผลกระทบต่อพื้นที่และแนวทางการดำเนินคดี
การจับกุมผู้ต้องหารายนี้ในจังหวัดนนทบุรีสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของคดีอาชญากรรมไซเบอร์ระหว่างประเทศกับพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น แม้ตัวคดีต้นทางจะเกิดขึ้นในสาธารณรัฐเกาหลี แต่การหลบหนีมาพักอาศัยในประเทศไทยสร้างภารกิจให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไทยต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์
เจ้าหน้าที่ได้ยึดอุปกรณ์สื่อสารและบัตรเครดิตเพื่อนำส่งต่อให้ทางการเกาหลีใต้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขยายผลการสืบสวนและดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีในไทยตามที่เกี่ยวข้อง และเตรียมขั้นตอนผลักดันให้ส่งตัวกลับประเทศเพื่อรับโทษตามหมายจับระหว่างประเทศ
สำหรับประชาชนในจังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนถึงความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ โดยเฉพาะรูปแบบการชักชวนลงทุนผ่านระบบแชร์หรือแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทางการเงินจำนวนมาก หากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยหรือการชักชวนลงทุนแบบไม่มีใบอนุญาต ควรแจ้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือศูนย์รับแจ้งเหตุของจังหวัดเพื่อให้ตรวจสอบและป้องกันความเสียหาย
ทั้งนี้ หน่วยงานที่ปฏิบัติการในคดีได้ย้ำว่าจะประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อสืบสวนเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการในระดับนานาชาติต่อไป
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนนทบุรี รายงาน