อาชญากรรม สมุทรปราการ สมุทรปราการ (44)

บก.ปอท.ร่วมสถานทูตเกาหลีใต้ทลายฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ย่านบางพลี สมุทรปราการ

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับแผนกกงสุลสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี เปิดปฏิบัติการ "Breaking Chain 2025" ตรวจค้นบ้านพักย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ต้องหา 13 คน และยึดของกลางจำนวนมากที่ใช้เป็นฐานดำเนินการหลอกลวงประชาชนในเกาหลีใต้

บก.ปอท.ร่วมสถานทูตเกาหลีใต้ทลายฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ย่านบางพลี สมุทรปราการ
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

แถลงผลปฏิบัติการและการจับกุม

เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ บก.ป. พนักงานสอบสวนชุดจับกุมร่วมกับตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย แถลงผลการปฏิบัติการภายใต้ชื่อ "Breaking Chain 2025" ที่สามารถตรวจค้นและจับกุมบุคคลต่างด้าวซึ่งลักลอบใช้บ้านพักในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ในการแถลงข่าวมี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสำนักงานสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท. พร้อมชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ รวมถึง Mr. Dohan Kim ตัวแทนจากเกาหลีใต้ ร่วมชี้แจงรายละเอียดการปฏิบัติการ

ผลการดำเนินการที่เกิดขึ้นในสมุทรปราการ

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าในการตรวจค้นที่พักย่านบางพลี ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 13 คน ซึ่งเป็นชาวสาธารณรัฐเกาหลี 12 คน และชาวจีน 1 คน โดยสถานที่ดังกล่าวถูกปรับสภาพเป็นออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์และมีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการดำเนินการฉ้อโกงออนไลน์จำนวนมาก

  • ผู้ต้องหาที่จับกุมได้รวมทั้งสิ้น 13 คน (ชาวเกาหลีใต้ 12 คน ชาวจีน 1 คน)
  • อุปกรณ์โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) จำนวน 51 เครื่อง
  • โทรศัพท์มือถือจำนวน 20 เครื่อง
  • เอกสารสำคัญประกอบการฉ้อโกง เช่น บทพูดสำเร็จรูป รายชื่อเหยื่อ และเอกสารปลอมแปลง

จากการตรวจสอบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และบนโต๊ะทำงาน เจ้าหน้าที่พบ บทพูดที่จัดทำเป็นเอกสาร และรายชื่อเหยื่อชาวเกาหลีใต้รวมกว่า 1,000 รายชื่อ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นหลักฐานชี้ชัดว่ากลุ่มนี้จัดระบบการทำงานเป็นลำดับขั้นและมีการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อหลอกลวงเหยื่อ

"บทพูดทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ เป็นต้นแบบสำหรับใช้ในการสื่อสารเพื่อหลอกลวงเหยื่อผ่านทางออนไลน์"

รูปแบบการทำงานและพฤติการณ์

จากการซักถามผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้รับคำยืนยันว่าแก๊งดังกล่าวใช้วิธีโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไปหลอกลวงผู้เสียหายในประเทศเกาหลีใต้ โดยอ้างตัวเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ จากนั้นข่มขู่และหลอกให้โอนเงินเพื่อชำระค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ขบวนการจัดช่วงเวลาการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับเวลาราชการของเกาหลีใต้ โดยทำงานในช่วงเวลา 07.00–14.00 น. ตามเวลาไทย และหยุดในวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้การอ้างตัวมีความสมเหตุสมผลเท่ากับเวลาทำการของหน่วยงานที่ถูกอ้างอิง

เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า กลุ่มนี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 6 เดือน ก่อนการจับกุม และมีการย้ายฐานปฏิบัติการเป็นระยะประมาณทุก 2 เดือน เพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจพบ

ของกลางที่ยึดได้

รายการ จำนวน
อุปกรณ์ VoIP 51 เครื่อง
โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง
รายชื่อเหยื่อชาวเกาหลีใต้ กว่า 1,000 รายชื่อ
เอกสารปลอมแปลง พบเอกสารอ้างเป็นหนังสือราชการของอัยการเกาหลีใต้

การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไทยและหน่วยงานจากประเทศที่ตกเป็นเหยื่อ โดยมุ่งเป้าปราบปรามขบวนการข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีในการก่ออาชญากรรม ทั้งนี้คดีเกี่ยวกับการหลอกลวงทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตยังคงมีความซับซ้อนและต้องการการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงานของผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อหาข้อพิสูจน์เรื่องการเข้าเมืองโดยมิชอบและการหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมถึงดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องตามกฎหมายต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

44สมุทรปราการ

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น สมุทรปราการ ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว